Page 609 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 609

จำเลย ขอใหยกฟอง

                       ระหวางพิจารณาของศาลแรงงานกลาง โจทกทั้งสี่รอยเกาสละคำขอทายฟองลำดับที่ ๒

              ถึงที่ ๔ คงเหลือเฉพาะเงินสวนตางตามคำขอทายฟองลำดับแรกเพียงขอเดียว
                       ศาลแรงงานกลาง พิพากษายกฟอง

                       โจทกทั้งสองอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              และวินิจฉัยวา จำเลยเปนนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. ๒๔๙๖
              โจทกทั้งสองเปนอดีตพนักงานจำเลย ออกจากงานเนื่องจากเกษียณอายุเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔

              ตำแหนงสุดทาย โจทกที่ ๑ เปนหัวหนาสำนักงานสะพานปลาสมุทรปราการ และโจทกที่ ๒

              เปนผูอำนวยการฝายปฏิบัติการ ๑ จำเลยดำเนินการสอบสวนทางวินัยแกนายสมชาย เจาหนาที่

              การเงินและบัญชี ๖ สำนักงานสะพานปลากรุงเทพ กรณีเก็บเงินจากผูประกอบกิจการแพปลาแลว
              ไมนำเงินสงคลัง จำเลยเรียกโจทกที่ ๑ มาใหถอยคำเปนพยาน ซึ่งโจทกที่ ๑ ใหถอยคำไวตาม

              สำเนาบันทึกถอยคำของพยานของฝายกลาวหา/ฝายผูถูกกลาวหา คณะกรรมการสอบสวนวินัย

              มีมติเสนอจำเลยลงโทษนายสมชายใหไลออก แลวจำเลยมีคำสั่งที่ ๖/๒๕๕๒ เรื่อง แตงตั้ง

              คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ตามสำเนาคำสั่ง ซึ่งเสนอจำเลยมีคำสั่งให
              นายสมชายชดใชคาสินไหมทดแทน ๑,๒๐๐,๗๒๖.๓๐ บาท แกจำเลย เนื่องจากจงใจทำใหจำเลย

              ไดรับเสียหายอยางรายแรง ขณะนั้นโจทกที่ ๑ ดำรงตำแหนงหัวหนาแผนกบัญชีและการเงิน

              สำนักงานสะพานปลากรุงเทพ และโจทกที่ ๒ เปนผูจัดการสำนักงานสะพานปลากรุงเทพ ซึ่งตาง

              เปนผูบังคับบัญชานายสมชาย แตคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดพิจารณา
              แลวเห็นวาโจทกทั้งสองไมไดจงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรงจึงไมเรียกใหโจทกทั้งสอง

              รับผิด ตอมากรมบัญชีกลางพิจารณาสำนวนการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดดังกลาว

              แลวเห็นวา โจทกทั้งสองมิไดควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของนายสมชาย ผูใตบังคับบัญชาอยาง

              เพียงพอ ถือไดวาเปนการกระทำประมาทเลินเลออยางรายแรง จึงใหโจทกทั้งสองรับผิดชดใช
              คาสินไหมทดแทนแกจำเลยดวยตามสัดสวนความรับผิดทางละเมิด โดยใหนายสมชายรับผิด

              เต็มจำนวนความเสียหาย ๑,๒๐๐,๗๒๖.๓๐ บาท ใหโจทกที่ ๑ รับผิดอัตรารอยละ ๕๐ ของความ

              เสียหาย คิดเปนเงิน  ๖๐๐,๓๖๓.๑๕ บาท กับใหโจทกที่ ๒ และบุคคลอื่นอีก ๒ คน รวมกันรับผิด

              อัตรารอยละ ๕๐ ของความเสียหาย คิดเปนเงิน ๖๐๐,๓๖๓.๑๕ บาท ตอมาจำเลยมีคำสั่งใหโจทกที่ ๑
               และโจทกที่ ๒ รับผิดชำระเงิน  ๖๐๐,๓๖๓.๑๕ บาท และ ๒๙๖,๗๘๔.๙๒ บาท ตามสำเนา

              หนังสือที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๓๕๖๘ และสำเนาหนังสือที่ กษ ๑๗๐๔.๒/๔๑๙๘ และจำเลยมีหนังสือ


                                                     ๕๙๙
   604   605   606   607   608   609   610   611   612   613   614