Page 624 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 624

๖ เดือน พรอมเบี้ยเลี้ยงที่จายใหลาสุด ซึ่งหมายความรวมถึงเบี้ยเลี้ยงคาบานพักอาศัยตามสัญญา

              จางชาวตางประเทศเปนครู ขอ ๗.๑ ซึ่งตามสัญญาดังกลาวโจทกไดรับเงินเดือน ๒๑๕,๐๐๐ บาท

              และเบี้ยเลี้ยงคาที่พักอาศัย ๓๕,๐๐๐ บาท รวมเปนเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท คิดคำนวณเปนสินจาง
              แทนการบอกกลาวลวงหนา ๖ เดือน ตามสัญญาเปนเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท สวนที่โจทกฟองขอดอกเบี้ย

              ของสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาอัตรารอยละ ๑๕ ตอป นับแตวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ นั้น

              เมื่อหนี้ดังกลาวเปนหนี้เงินและกฎหมายไมไดกำหนดอัตราดอกเบี้ยระหวางผิดนัดไวเปนการเฉพาะ

              จึงตองถืออัตรารอยละ ๗.๕ ตอป ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๒๒๔ นับแตวันผิดนัด
              และเมื่อไมมีกฎหมายกำหนดใหนายจางตองจายสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาทันทีที่เลิกจาง

              จึงตองถือวานายจางผิดนัดนับแตวันที่ลูกจางทวงถามแลวนายจางไมชำระ ซึ่งหนังสือทวงถามและ

              ใบไปรษณียตอบรับปรากฏวาโจทกไดทวงถามใหจำเลยทั้งสองจายสินจางแทนการบอกกลาว

              ลวงหนาและจำเลยไดรับหนังสือทวงถามดังกลาววันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ โจทกจึงมีสิทธิ
              เรียกดอกเบี้ยนับจากวันดังกลาว สวนที่โจทกขอใหจำเลยจายเงินเพิ่มจากสินจางแทนการบอกกลาว

              ลวงหนานั้น เมื่อสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนาไมใชเงินประเภทหนึ่งประเภทใดตามระเบียบ

              กระทรวงศึกษาธิการวาดวยการคุมครองการทำงานของครูใหญและครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๒

              ขอ ๑๓ วรรคทาย จำเลยทั้งสองซึ่งเปนนายจางจึงไมตองเสียเงินเพิ่มใหแกโจทก เมื่อจำเลยทั้งสอง
              ซึ่งเปนนายจางเลิกจางโจทกดวยเหตุดังที่วินิจฉัยมาขางตน จึงเปนการเลิกจางโดยปราศจากเหตุ

              อันสมควรและเพียงพอ จึงเปนการเลิกจางที่ไมเปนธรรม เมื่อคำนึงถึงอายุโจทก ระยะเวลาการ

              ทำงานของโจทก ความเดือดรอนของโจทก และมูลเหตุแหงการเลิกจางแลว เห็นควรกำหนด

              คาเสียหายให ๒๑๕,๐๐๐ บาท เมื่อหนี้ดังกลาวเปนหนี้เงินและกฎหมายไมไดกำหนดอัตราดอกเบี้ย
              ระหวางผิดนัดไวเปนการเฉพาะ จึงตองถืออัตรารอยละ ๗.๕ ตอป เมื่อตามสัญญาจางชาวตางประเทศ

              เปนครูเปนสัญญาจางระหวางโจทกกับจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ จึงเปนนายจางโจทก สวนจำเลยที่ ๒

              เปนผูรับใบอนุญาตจึงเปนผูแทนของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนโรงเรียนในระบบ ตามพระราชบัญญัติ

              โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๔ ดังนั้นในสวนของสินจางแทนการบอกกลาวลวงหนา
              และคาเสียหายจากการเลิกจางไมเปนธรรมนั้น จำเลยที่ ๒ จึงไมจำตองรับผิดเปนการสวนตัว

                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของจำเลยทั้งสองประการแรกวา จำเลยทั้งสองจะ

              ตองจายคาชดเชยใหแกโจทกหรือไม เพียงใด เห็นวา ตามจรรยาบรรณในวิชาชีพและสวนบุคคล

              ของโรงเรียนจำเลยที่ ๑ ขอ ๘ ระบุวา เราทุกคนสามารถเขาถึงขอมูลที่เปนความลับเกี่ยวกับ
              นักเรียนและเจาหนาที่ ในการทำงานตามหนาที่รับผิดชอบของเราในแตละวัน ในบางสถานการณ

              เราอาจไดรับขอมูลที่มีความละเอียดออนหรือเปนสวนตัวมาก เราตองไมละเมิดความไวเนื้อเชื่อใจ


                                                     ๖๑๔
   619   620   621   622   623   624   625   626   627   628   629