Page 661 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 661

ตอโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จายเงินสวนตางที่ขึ้นเงินบำนาญไมถึงอัตรารอยละ ๑๐ พรอมดอกเบี้ย

              ระหวางผิดนัดอัตรารอยละ ๗.๕ ตอป อุทธรณของโจทกทั้งสิบสี่ฟงขึ้น สวนที่ศาลแรงงานกลาง
              วินิจฉัยวา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ พิจารณาปรับขึ้นเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ แลว

              ไมมีสวนตางของเงินบำนาญที่โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จะไดรับอีก แตกลับพิพากษาใหจำเลยที่ ๑

              และที่ ๒ หรือที่ ๓ พิจารณาขึ้นเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหมอัตรา
              รอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่โจทกแตละคนไดรับในเดือนพฤษภาคม จึงเปนการวินิจฉัยที่ขัดแยง

              กันเองไมชอบดวยกฎหมาย แตอยางไรก็ตามเมื่อไดวินิจฉัยไปขางตนแลววาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒

              หรือที่ ๓ ตองปรับขึ้นเงินบำนาญใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหมในอัตรารอยละ ๑๐
              ของเงินบำนาญที่ไดรับในเดือนพฤษภาคม แมโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ จะไมไดมีคำขอทายฟองขอให

              บังคับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ปรับขึ้นเงินบำนาญอัตรารอยละ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหม

              แตโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ บรรยายมาในคำฟองขอ ๔.๑ วา จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองคำนวณ
              การขึ้นเงินบำนาญทุกปการศึกษาใหมอัตรารอยละ ๑๐ ใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ดังนั้น

              จึงเห็นสมควรเพื่อความเปนธรรมโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและ

              วิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ กำหนดใหจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ขึ้นเงินบำนาญ
              แกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ ทุกปการศึกษาใหมในอัตรารอยละ ๑๐ ของเงินบำนาญที่โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐

              ไดรับในเดือนพฤษภาคม ตั้งแตวันที่โจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ เกษียณอายุเปนตนไป อุทธรณของจำเลยที่ ๒

              และที่ ๓ ฟงขึ้นบางสวน
                       คดีมีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณของโจทกทั้งสิบสี่ประการตอไปวา จำเลยที่ ๑ และ

              ที่ ๒ หรือที่ ๓ ตองเสียเงินเพิ่มใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ หรือไม เห็นวา ศาลแรงงานกลางฟง

              ขอเท็จจริงวาตามพฤติการณที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ไมจายคาชดเชยใหแกโจทกที่ ๑
              ถึงที่ ๑๐ เนื่องจากระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๓๔ และ

              ระเบียบโรงเรียนของจำเลยที่ ๑ วาดวยบำเหน็จและบำนาญ พ.ศ. ๒๕๔๙ รวมทั้งระเบียบของ

              จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ มิไดกำหนดหลักเกณฑการจายคาชดเชยไวโดยชัดแจง ทั้งกรณีที่ครูมีสิทธิ
              และไมมีสิทธิไดรับคาชดเชย ดังนั้น คาชดเชยที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ ไมจายแกโจทกที่ ๑

              ถึงที่ ๑๐ ภายหลังเลิกจางทันที เนื่องจากยังมีขอโตแยงระหวางโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ กับจำเลยที่ ๑

              และที่ ๒ หรือที่ ๓ วาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒  หรือที่ ๓ ตองจายคาชดเชยหรือไม จึงยังถือไมไดวา
              จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ จงใจไมจายคาชดเชยแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ โดยปราศจากเหตุผล

              อันสมควร จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ หรือที่ ๓ จึงไมตองเสียเงินเพิ่มใหแกโจทกที่ ๑ ถึงที่ ๑๐ รอยละ ๑๕

              ของเงินที่คางจายทุกระยะเวลา ๗ วันแตอยางใด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นจึงชอบแลว
              ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของโจทกทั้งสิบสี่ฟงไมขึ้น


                                                     ๖๕๑
   656   657   658   659   660   661   662   663   664   665   666