Page 664 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 664

เมื่อโจทกที่ ๑ และจําเลยแถลงรับขอเท็จจริงรวมกันวา “กอนออกเดินทางไป

              ทํางานที่สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาชนอาหรับลิเบีย จําเลยโดยตัวแทนจําเลยไดเรียก

              เก็บคานายหนาในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑ ซึ่งโจทกที่ ๑ ไดจายเงินจํานวนดังกลาว
              แกจําเลยไปแลว” อันเปนการที่โจทกที่ ๑ และจําเลยยอมรับขอเท็จจริงกันแลววา จําเลย

              เรียกเก็บคานายหนาในการจัดหางาน ซึ่งโจทกที่ ๑ ไดจายเงินคานายหนาในการจัดหางาน

              เปนจํานวนเงินตามคําฟองใหแกจําเลยไปแลว มีผลใหขอเท็จจริงในสวนนี้ยุติไป

              ตามคํารับของคูความ คดีจึงไมมีประเด็นโตเถียงกันอีกตอไปวาจําเลยเรียกเก็บคานายหนา
              ในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑ และโจทกที่ ๑ จายคานายหนาในการจัดหางานดังกลาว

              แกจําเลยไปแลวหรือไม เปนจํานวนเงินเทาใด ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัย

              พยานหลักฐานแลวฟงวาจําเลยเรียกเก็บเฉพาะคาดําเนินการ ซึ่งหมายถึงคาบริการและ

              คาใชจายจากโจทกที่ ๑ เทานั้น หรืออีกนัยหนึ่งคือฟงวาจําเลยไมไดเรียกเก็บคานายหนา
              ในการจัดหางานจากโจทกที่ ๑ และโจทกที่ ๑ ไมไดจายคานายหนาในการจัดหางาน

              ดังกลาวแกจําเลย จึงเปนการวินิจฉัยนอกประเด็น ไมชอบดวย ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๒

              วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๓๑ ปญหาดังกลาวเปนปญหาขอกฎหมายอันเกี่ยวดวยความสงบเรียบรอยของ
              ประชาชน ศาลอุทธรณคดีชํานัญพิเศษมีอํานาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยไดเองตาม ป.วิ.พ.

              มาตรา ๑๔๒ (๕) ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๗ ขอเท็จจริงในสวนนี้จึงยุติไปตามคํารับของโจทกที่ ๑ และจําเลย

                       การที่โจทกที่ ๑ อุทธรณขอใหจําเลยคืนคานายหนาในการจัดหางานแกโจทกที่ ๑ นั้น
              พ.ร.บ. จัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๗ ประกอบมาตรา ๒๖

              กําหนดหามมิใหผูรับอนุญาตจัดหางานเรียกหรือรับเงินหรือทรัพยสินอื่นใดจากคนหางาน

              นอกจากคาบริการหรือคาใชจาย  คาบริการหรือคาใชจายใหเรียกหรือรับไดไมเกิน

              อัตราที่รัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานกําหนด ทั้งยังกําหนดโทษผูที่ฝาฝนมาตรา ๔๗
              ไวตามมาตรา ๗๙ อันเปนบทบัญญัติในกฎหมายที่ตองหามโดยชัดแจงมิใหผูรับอนุญาต

              เรียกหรือรับเงินหรือทรัพยสินอื่นนอกจากคาบริการและคาใชจายจากคนหางาน การที่

              โจทกที่ ๑ จายคานายหนาในการจัดหางานแกจําเลยซึ่งเปนเงินที่แยกตางหากจากคาบริการ

              และคาใชจายที่ พ.ร.บ. จัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อนุญาตใหเรียกจาก
              คนหางานได คานายหนาในการจัดหางานดังกลาวเปนเงินที่นอกเหนือจากคาบริการ

              หรือคาใชจายตามมาตรา ๔๗ ซึ่ง พ.ร.บ. จัดหางานและคุมครองคนงาน พ.ศ. ๒๕๒๘


                                                     ๖๕๔
   659   660   661   662   663   664   665   666   667   668   669