Page 81 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 81

จำเลยอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวา ศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง
              และวินิจฉัยวา จำเลยประกอบกิจการโรงพยาบาลเอกชนใชชื่อวา โรงพยาบาลเกษมราษฎร โจทก

              ทำงานกับจำเลยในตำแหนงแพทยประจำแผนกเวชปฏิบัติทั่วไป โจทกจะตองทำงานตามบันทึก

              ขอตกลง มีวันเวลาทำงานรวม ๔๕ ชั่วโมงตอสัปดาห โดยจำเลยกำหนดวงเงินการันตีใหแกโจทก
              ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตอเดือนโดยไมนับ CASE เปนระยะเวลา ๖ เดือน ตั้งแตวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

              จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐ จึงเห็นไดวาจำเลยตกลงจายคาจางเปนรายเดือนใหแกโจทกกำหนด

              วงเงินการันตี ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตอเดือนทั้งโจทกตองปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลย จำเลยมีขอบังคับ
              เกี่ยวกับการใหโจทกปฏิบัติตามซึ่งเปนการใชอำนาจบังคับบัญชาในการปฏิบัติงานของจำเลย

              สัญญาจางระหวางโจทกกับจำเลยจึงมีลักษณะเปนสัญญาจางแรงงาน สวนสัญญาใชคลินิกเพื่อ

              ประกอบโรคศิลปะ ไมปรากฏวาโจทกจะตองจายคาใชคลินิกโดยจายเปนเงินใหแกจำเลย และ
              จำเลยเปนผูคิดคาใชจายจากผูปวยโดยจำเลยเปนผูกำหนดอัตราในการทำงานของโจทก แลวโจทก

              ก็จะไดสวนแบงตามที่จำเลยกำหนด สัญญาดังกลาวเปนนิติกรรมอำพรางที่ไมไดปฏิบัติตามสัญญา

              และไมไดมีการใชบังคับกับโจทก บันทึกขอตกลง ที่โจทกจำเลยตกลงกันและใชบังคับกันจึงเปน
              สัญญาจางแรงงาน แมจะมีกำหนดเวลาการจางตั้งแตวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ จนถึงวันที่ ๓๑

              มีนาคม ๒๕๖๐ แตจำเลยอาจจะพิจารณาตอใหครั้งละ ๖ เดือน โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน

              ของโจทก สัญญาจางดังกลาวไมเปนการแนนอนวาจะสิ้นสุดเมื่อใด จึงไมใชสัญญาจางที่มีกำหนด
              ระยะเวลาการจางไวแนนอน สวนการที่จำเลยหักเงินกรณีที่โจทกไมมาปฏิบัติงาน ออกกอนเวลา

              และมาสาย โดยในขณะยื่นฟอง โจทกเขาใจวาจำเลยมีสิทธิหักเงินจากโจทกตามกฎหมายแรงงาน

              ดังนั้น โจทกเขาใจวาจำเลยหักเงินเกินกวาสิทธิที่จะหักไดเปนเงิน ๔๖,๔๗๓.๓๔ บาท เมื่อโจทก
              ยืนยันวาไมเคยลงลายมือชื่อยินยอมใหจำเลยหักคาจางและจำเลยไมมีหลักฐานการยินยอมให

              หักคาจางของโจทก การที่จำเลยหักเงินดังกลาวจำนวน ๑๓๓,๑๓๙.๙๕ บาท ซึ่งเปนคาจางโจทก

              จึงเปนการกระทำที่ขัดตอพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ ซึ่งเปนกฎหมาย
              ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบรอยของประชาชน เห็นสมควรพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับตาม

              พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ จึงใหจำเลย

              ชำระเงินสวนที่หักคาจางของโจทกไวจำนวน ๑๓๓,๑๓๙.๙๕ บาท และเมื่อสัญญาที่จำเลยจางโจทก
              เปนสัญญาที่มิใชสัญญาจางที่มีกำหนดระยะเวลาการจางไวแนนอน จำเลยจึงตองจายคาชดเชย

              ใหแกโจทกซึ่งเปนลูกจางทำงานติดตอกันครบ ๑๒๐ วัน แตไมครบ ๑ ป ใหจายไมนอยกวาคาจาง

              อัตราสุดทาย ๓๐ วัน เปนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และเมื่อพิจารณาหนาที่ความรับผิดชอบตามสัญญาจาง
              ระหวางโจทกกับจำเลยแลว จำเลยมอบหมายหนาที่รับผิดชอบใหโจทกตรวจรักษาผูปวยเหมาจาย


                                                      ๗๑
   76   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86