Page 84 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 84

ทำการ วันจันทร ๘ - ๑๗ นาิกา วันอังคาร พุธและพฤหัสบดี ๑๒ - ๒๑ นาิกา วันศุกร ๗ - ๑๖

              นาิกา โดยในขอ ๓ กำหนดวาหากโจทกจะลา โจทกตองหาผูปฏิบัติงานแทน ยื่นใบลาอยางนอย

              ๑ สัปดาห และตองไดรับอนุญาตจากผูอำนวยการฝายการแพทยกอนจึงจะหยุดงานได ในขอ ๖
              กำหนดใหโจทกตองปฏิบัติงานตรงเวลาตามสัญญา และแสกนลายนิ้วมือในการเขาปฏิบัติงาน

              และในขอ ๗ ระบุวาโจทกจะตองปฏิบัติตาม CPG ในการใหการรักษาตามที่จำเลยกำหนด ขอตกลง

              ดังกลาวแสดงใหเห็นวาโจทกตองทำงานตามที่จำเลยมอบหมายภายใตการบังคับบัญชาของจำเลย

              ตามวันเวลาการทำงานที่จำเลยกำหนด โจทกจะตองถูกควบคุมเวลาการทำงาน ทั้งจะตองอยูภายใต
              ขอบังคับเกี่ยวกับทำงาน จะหยุด จะลา ตองไดรับอนุญาตกอน โจทกตองปฏิบัติตามบันทึกขอตกลง

              และขอตกลงกำหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติหนาที่ โดยจำเลยกำหนดเงื่อนไขการจายคาตอบแทนแกโจทก

              โดยใชชื่อวาจายคาแพทยกำหนดวงเงิน Guarantee ใหแกโจทก ๑๐๐,๐๐๐ บาทตอเดือน บันทึก

              ขอตกลงระหวางโจทกกับจำเลย จึงเปนสัญญาจางแรงงานตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย
              มาตรา ๕๗๕ และอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่ศาลแรงงานกลาง

              วินิจฉัยมานั้นชอบแลว ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวย อุทธรณของจำเลยในขอนี้ฟงไมขึ้น

                       มีปญหาตองวินิจฉัยตามอุทธรณจำเลยขอ ๒.๒ วา การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษา

              ใหจำเลยชำระเงินสวนที่หักคาจางของโจทกไวจำนวน ๑๓๓,๑๓๙.๙๕ บาท พรอมดอกเบี้ยอัตรา
              รอยละ ๑๕ ตอป ของตนเงินดังกลาว ซึ่งเปนการพิพากษาเกินคำขอ ชอบดวยกฎหมายหรือไม

              เห็นวา ตามที่ไดวินิจฉัยขางตนแลววาบันทึกขอตกลงระหวางโจทกกับจำเลยเปนสัญญาจางแรงงาน

              และอยูภายใตบังคับของพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ และเมื่อศาลชั้นตนฟง

              ขอเท็จจริงแลววาจำเลยหักเงินกรณีที่โจทกไมมาทำงาน มาสาย และออกกอนเวลาตั้งแตเดือน
              ตุลาคม ๒๕๕๙ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ รวมเปนเงิน ๑๓๓,๑๓๙.๙๕ บาท และไดพิเคราะหพยาน

              หลักฐานของโจทกและจำเลยตลอดแลวจึงวินิจฉัยวาจำเลยไมมีสิทธิหักเงินดังกลาวซึ่งเปนคาจาง

              การกระทำของจำเลยที่หักคาจางของโจทกจึงเปนการขัดตอบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติ

              คุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๗๖ ซึ่งเปนกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบรอยของ
              ประชาชน และตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

              มาตรา ๕๒ บัญญัติใหศาลแรงงานมีอำนาจพิเศษที่จะพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอบังคับได เปนดุลพินิจ

              ที่ศาลแรงงานจะกระทำไดเมื่อเห็นสมควรเพราะคดีแรงงานเปนคดีระหวางนายจางกับลูกจาง

              โดยสวนมากนายจางจะเปนองคกรหรือนิติบุคคลที่มีบุคลากรรอบรูดานกฎหมายเปนผูใหคำปรึกษา
              กำหนดหลักเกณฑ ตลอดทั้งจัดทำเอกสาร สัญญาหรือขอตกลงตาง ๆ ใหเปนไปตามกฎหมายและ

              เปนประโยชนแกนายจางสูงสุด สวนลูกจางเปนบุคคลที่ไมมีความรูดานกฎหมายหรือแมจะเปน


                                                      ๗๔
   79   80   81   82   83   84   85   86   87   88   89