Page 87 - รวมคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ แผนกคดีแรงงาน
P. 87

โจทกอุทธรณ

                       ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยวาศาลแรงงานกลางฟงขอเท็จจริง

              แลววินิจฉัยวา ตามพระราชบัญญัติคุมครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๒๔ กำหนดหามมิให
              นายจางใหลูกจางทำงานลวงเวลาโดยไมไดรับความยินยอมจากลูกจางเทานั้น ไมไดบังคับใหนาย

              จางตองใหลูกจางทำงานลวงเวลา ซึ่งเปนบทบัญญัติที่ใหสิทธิแกนายจางที่จะใหลูกจางทำงาน

              ลวงเวลาหรือไมก็ได แตจะบังคับใหลูกจางทำงานลวงเวลาโดยปราศจากความยินยอมของลูกจาง

              ไมได เมื่อจำเลยไมใหโจทกทำงานลวงเวลาไมวาดวยสาเหตุจากการไมมีงานลวงเวลาหรือความรู
              ความสามารถและความเหมาะสมของโจทกไมเหมาะที่จะทำงานลวงเวลาก็ไมทำใหการกระทำ

              ดังกลาวของจำเลยเปนการละเมิดตอโจทก แมจำเลยจะเคยตกลงไวในรายงานกระบวนพิจารณา

              คดีกอน ก็ไมใชขอบังคับที่จำเลยจะตองใหโจทกทำงานลวงเวลา สวนที่โจทกเรียกรองคาเสียหาย

              นั้นโจทกฟองใหจำเลยรับผิดฐานละเมิดกรณีที่จำเลยไมปฏิบัติตามขอตกลงตามรายงานกระบวน
              พิจารณา มีกำหนดอายุความหนึ่งปนับแตวันที่โจทกรูถึงการละเมิดและรูตัวผูจะพึงตองใชคาสินไหม

              ทดแทน เมื่อโจทกรูถึงการละเมิดและรูตัวผูจะพึงตองใชคาสินไหมทดแทนตั้งแตวันที่ ๒๑ สิงหาคม

              ๒๕๕๘ โจทกนำคดีมาฟองเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑ ฟองโจทกจึงขาดอายุความ

                       คดีมีปญหาที่จะตองวินิจฉัยตามที่โจทกอุทธรณวา จำเลยจะตองชดใชคาเสียหายใหโจทก
              ตามฟองหรือไม เห็นวา สัญญาจะเกิดขึ้นไดเมื่อคำเสนอและคำสนองถูกตองตรงกันทุกประการ

              สัญญาจึงเปนนิติกรรมที่เกิดจากการแสดงเจตนาของบุคคลตั้งแตสองฝายขึ้นไป ฝายหนึ่งเปน

              ผูแสดงเจตนาเปนคำเสนอ อีกฝายหนึ่งเปนผูแสดงเจตนาเปนคำสนอง แมจะไดความวาจำเลย

              แถลงในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลางเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ วา
              “ในโอกาสตอไปหากบริษัทนายจางใหลูกจางทำงานลวงเวลา จะรับโจทกไวพิจารณาโดยไมเลือก

              ปฏิบัติและเสนอผูบริหารตอไป” ขอความดังกลาวยังไมมีความชัดเจนเพียงพอที่จะเปนคำเสนอ

              อันจะกอใหเกิดสัญญาเมื่อมีคำสนอง แตเปนแคเพียงถอยคำใหความมั่นใจตอโจทกวาหากมีงาน

              ลวงเวลาแลวจำเลยจะรับพิจารณาใหโจทกไดทำงานโดยไมเลือกปฏิบัติเทานั้น ยังไมกอใหเกิด
              ความผูกพันที่จะทำใหจำเลยตองใหโจทกทำงานลวงเวลา เนื่องจากตองผานการพิจารณาของ

              จำเลยกอน กรณีจึงยังไมกอใหเกิดสัญญาที่จำเลยตองปฏิบัติตาม จำเลยยังมีอำนาจในการใช

              ดุลพินิจเต็มที่ในการพิจารณาเพื่อคัดเลือกลูกจางทำงานลวงเวลาอยู การจะใหลูกจางทำงาน

              ลวงเวลาจึงเปนสิทธิและเปนอำนาจบริหารกิจการของนายจาง อีกทั้งไมมีบทบัญญัติกฎหมายรองรับ
              ใหศาลออกคำสั่งบังคับใหนายจางใหลูกจางทำงานลวงเวลาได จำเลยจึงไมจำตองใชคาเสียหายแก

              โจทกที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมานั้น ศาลอุทธรณคดีชำนัญพิเศษเห็นพองดวยในผล อุทธรณ


                                                      ๗๗
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92