Page 56 - ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
P. 56
44
เพื่อปรับให้เหมาะสมกับขนาดการผลิต และศึกษาเครื่องจักรที่นำมาใช้ เพื่อให้เกิดการสูญเสียระหว่างการผลิต
น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีการนำโดรนมาใช้ช่วยฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์ด้วย สำหรับการแปรรูปเป็นข้าวสาร
ได้ปรับปรุง เครื่องสีข้าวขนาดเล็กเป็นเครื่องคัดแยกสิ่งเจือปน ในส่วนของการตลาดเกษตรกรได้มีการนำ
Chococrm เข้ามาช่วยในการจัดการตลาด ซึ่ง Chococrm เป็นผู้ให้บริการดูแลธุรกิจโดยยึดหลักตามการ
บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (Customer Relationship Management : CRM) โดย Chococrm จะมีระบบ
เกี่ยวกับการจัดการหน้าร้าน ระบบจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และวางแผนการตลาด
ด้านการอบรมเกษตรกรมีการอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และแลกเปลี่ยน
ความรู้กันระหว่างเครือข่ายผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ รวมทั้งหาศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อออนไลน์
ภาพที่ 4.11 เครื่องสีข้าวขนาดเล็กที่เกษตรกรปรับปรุงเป็นเครื่องคัดแยกสิ่งเจือปน
ที่มา: จากการสำรวจ
3) การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management) เกษตรกรผู้ผลิตข้าว
อินทรีย์จะรวมกลุ่มกันผลิตข้าวอินทรีย์ ลักษณะของกลุ่มจะมีทั้งกลุ่มเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชน การผลิตข้าว
อินทรีย์จะต้องมีเครือข่าย ทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แลกเปลี่ยนปัจจัยการผลิต หรือร่วมกันทำปัจจัยการผลิต
และให้ความช่วยเหลือกันด้านการแปรรูป การตลาด เกษตรกรที่ผลิตข้าวอินทรีย์รายเดี่ยว จะไม่ค่อยประสบ
ความสำเร็จ ส่วนใหญ่เก็บไว้เพื่อบริโภคไม่เน้นจำหน่าย
แรงงานที่ใช้ในการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์มีทั้งแรงงานในครัวเรือน และแรงงานจ้าง โดย
แรงงานครัวเรือนมีประมาณ 2 รายส่วนแรงงานจ้างจะเป็นการจ้างตามกิจกรรม ไม่มีแรงงานประจำ แรงงาน
ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในพื้นที่ซึ่งใช้บริการกันเป็นประจำ รายละเอียดแต่ละกิจกรรม ดังนี้
การเตรียมดิน ค่าจ้างไร่ละ 200 - 250 บาท รถแทรกเตอร์ 1 คัน จะไถเตรียมดิน
ได้ประมาณ 22 ไร่ต่อวัน
การปลูก ค่าจ้างหว่านไร่ละ 50 - 60 บาท โดยใช้เครื่องหว่านข้าว แบบสะพายหลัง 1 วัน
หว่านได้ประมาณ 18 ไร่ต่อคน กรณีเป็นนาดำ ค่าจ้างรถดำนาไร่ละ 1,000 - 1,200 บาท รถดำ 1 คัน ดำนา
ได้ประมาณ 15 ไร่ต่อวัน

