Page 57 - ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์
P. 57
45
การใส่ปุ๋ย กรณีปุ๋ยอินทรีย์ ค่าจ้างไร่ละ 50 – 80 บาท โดยใช้เครื่องพ่นปุ๋ยแบบสะพายหลัง
1 วัน ใส่ปุ๋ยได้ประมาณ 11.6 ไร่ต่อคน กรณีปุ๋ยคอก ค่าจ้างวันละ 300 บาท แรงงานคนหว่านปุ๋ย 1 วัน ใส่ปุ๋ย
ได้ประมาณ 8.5 ไร่ต่อคน
การฉีดสารชีวภาพ ค่าจ้างฉีดไร่ละประมาณ 50 บาท โดยใช้เครื่องฉีดสะพายหลังแบบใช้
เครื่องยนต์ 1 วัน ฉีดสารชีวภาพได้ประมาณ 17.59 ไร่ต่อคน
การเก็บเกี่ยว ค่าจ้างไร่ละ 450 – 600 บาท รถเกี่ยวข้าว 1 คัน เกี่ยวข้าวได้ประมาณวันละ
30 ไร่
การแปรรูป ค่าใช้จ่ายในการแปรรูปประมาณ 1,000 – 2,000 บาทต่อตัน ค่าบรรจุ และซีล
สุญญากาศ ถุงละ 7 - 8 บาท
การอบรมพัฒนาความรู้ของเกษตรกรจะได้รับการอบรมเป็นประจำทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ
และเครือข่ายผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ การอบรมส่วนใหญ่เป็นเรื่องการผลิตข้าวอินทรีย์ การทำปุ๋ย และสารชีวภาพ
การแปรรูป และการตลาด นอกจากนี้เกษตรกรมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดกันภายในกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์
มีการสื่อสารกันผ่านทางไลน์กลุ่ม
4) โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Firm Infrastructure)
- พื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ปฏิบัติตามหลักการปลูกข้าวอินทรีย์ของเกษตรกร
แบ่งแยกพื้นที่และกระบวนการจัดการชัดเจน ไม่ปะปนกับผลผลิตที่ไม่ได้ผลิตภายใต้ระบบการผลิตแบบอินทรีย์
- เงินทุน ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้เงินทุนของตนเองในการผลิตข้าวอินทรีย์ ส่วนที่มีการกู้จะกู้
จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยชำระหนี้เงินกู้เป็นรายปีเมื่อจำหน่ายผลผลิตแล้วนำเงิน
ที่ได้มาชำระหนี้
- การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่าย เนื่องจาก
เกษตรกรเห็นว่าการทำบัญชียุ่งยาก มีขั้นตอนการทำละเอียด เกษตรกรยังไม่เข้าใจหลักการทำบัญชี และไม่เห็น
ประโยชน์ในการทำบัญชี ซึ่งการที่เกษตรกรไม่ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย จะทำให้เกษตรกรไม่ทราบต้นทุน
การผลิตที่แท้จริง และขาดข้อมูลในการวางแผนการผลิตได้
สรุปกิจกรรมหลักและกิจกรรมสนับสนุน ของห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของเกษตรกร
รายละเอียดตามภาพที่ 4.12

