Page 147 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 147
139
กับของของโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่มั่นคงเลยเป็นอันขาด จงพักผ่อน กินดื่มและสนุกสนานเถิด ความสนุก
และความสะดวกสบายฝ่ายเนื้อหนังเป็นจุดประสงค์ของความปรารถนาของคนนี้ เขาคิดว่าเขาคงจะมี
ู่
ความสุขตลอดชีวิตที่ยังเหลืออยนั้น แม้เขาจะปรากฏว่าเป็นผู้ฉลาดปราดเปรื่องในสายตาของชาวโลก เขา
กลายเป็นผู้ที่โง่เขลาเบาปัญญาที่สุด เพราะเขาลืมไปว่าเขาจะต้องตาย และขณะที่เขากำลังเสวยความสุข
่
อย่างสนุกสนานนั้น พระเป็นเจ้าก็จะทรงคิดบัญชีกับเขา พระเจ้าตรัสกับเขาวา “คนโง่เอ๋ย คืนนี้ เขาจะ
้
เรียกเอาชีวิตเจ้าไป” เป็นคำที่หนัก แต่เป็นคำพูดของพระเป็นเจา และพระองค์ทราบดีว่า พระองค์ใช้
คำพูดนั้นถูกต้องและเหมาะสมกับโอกาสแล้ว เขาเปนคนโง่จริงๆ และเขาจะเป็นคนแรกที่ยอมรับว่าเขา
็
เป็นเช่นนั้นจริง เขาได้เสียสละชีวิตของเขาทำการงานหามรุ่งหามค่ำเป็นเวลานานปี เพื่อจะสะสมทรัพย์
สมบัติฝ่ายโลกซึ่งเขาจะต้องละทิ้งมันในทันที และต่อจากนั้นเขาก็จะเริ่มชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดไม้ติดมือ
เขาไปด้วยเลย เพราะขาดการเตรียมตัว เพราะความสาละวนวุ่นวายอยู่กับของของโลก เขาจึงลืมสวรรค์
เสียสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดถึงผู้ที่ประทานทรัพย์สมบัติให้แก่เขา และบัดนี้ เขาก็ต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้ที่
เคยประทานทรัพย์สมบัตินั้นให้แก่เขาโดยกะทันหัน และเขาจะต้องให้การต่อท่านผู้นั้นถึงชีวิตที่แล้วๆ มา
้
และข้าวของต่างๆ ที่เจ้าได้สะสมมาจะเป็นของใครเล่า เป็นคำถามที่เขาจะต้องรู้สึกเสียใจ ความโศกเศรา
ระทมทุกข์จะทับถมเขามากขึ้น เมื่อคิดว่าตลอดทั้งชีวิตเขาได้ใช้เวลาทำงานนั้นโดยไม่มีประโยชน์อะไรเลย
สักนิดสำหรับวิญญาณของเขา และเขาจะต้องจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไปประหนึ่งว่าเขาไม่เคยเป็นเจ้าของมัน
เลย ความทรงจำในอดีตทำให้เขาต้องเศร้าใจมากยิ่งขึ้น คนที่สะสมทรัพย์สมบัติเพื่อตัวเองก็เป็นดังนี้แหละ
เขาไม่ได้เป็นเศรษฐีเฉพาะพระพักตร์พระเป็นเจ้า เมื่อเล่าจบ พระองค์ก็สรุปคำสอนสั้นๆ ดังนี้ และทรง
เตือนฝูงชนทั้งหลายไม่ให้เอาเยี่ยงอย่างของชายโง่ในอุปมานั้น ซึ่งยอมเสียสละทั้งกายใจเพื่อของของโลก
มิฉะนั้น พวกเขาก็จะต้องประสบเคราะห์กรรมเช่นเดียวกัน แต่ว่าให้พวกเขาสะสมทรัพย์สมบัติทางด้าน
วิญญาณ ซึ่งจะทำให้เขาเป็นเศรษฐีเฉพาะพระพักตร์พระเป็นเจา และดังนี้เขาก็สมจะเข้าไปในอาณาจักร
้
สวรรค์เพื่อพระเป็นเจ้าจะได้ทรงตัดสินเขาตามบาปบุญคุณโทษ
เศรษฐีกับลาซารัส (ลก 16:19-31)
19 ยังมีเศรษฐีคนหนึ่งนุ่งห่มผ้าสีม่วงและผ้าป่านเนื้อดี รับประทานอาหารอย่างประณีตทุกวันๆ 20
21
และมีคนขอทานคนหนึ่งชื่อลาซารัส เป็นแผลทั้งตัว นอนอยู่ที่ประตูรั้วบ้านของเศรษฐี และเขาใคร่จะกิน
เศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของเศรษฐีนั้น แม้สุนัขก็มาเลียแผลของเขา อยู่มาคนขอทานนั้นตาย และเหล่า
22
23
ทูตสวรรค์ได้นำเขาไปไว้ที่อกของอับราฮัม ฝ่ายเศรษฐีนั้นก็ตายด้วย และเขาก็ฝังไว้ แล้วเมื่ออยู่ในแดน
มรณาเป็นทุกข์ทรมานยิ่งนัก เศรษฐีนั้นจึงแหงนดูเห็นอับราฮัมอยู่แต่ไกล และลาซารัสอยู่ที่อกของท่าน 24
้
เศรษฐีจึงร้องว่า อับราฮัมบิดาเจ้าข้า ขอเอ็นดูข้าพเจาเถิด ขอใช้ลาซารัสมา เพื่อจะเอาปลายนิ้วจุ่มน้ำมา
25
แตะลิ้นของข้าพเจ้าให้เยน ด้วยว่าข้าพเจ้าตรำทุกข์ทรมานอยู่ในเปลวไฟนี้ แต่อับราฮัมตอบว่า ลูกเอ๋ย
็
้
เจ้าจงระลึกว่าเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เจาได้ของดีสำหรับตัว และลาซารัสได้ของเลว แต่เดี๋ยวนี้เขาได้รับความ
เล้าโลม แต่เจ้าได้รับความแสนระทม นอกจากนั้น ระหว่างพวกเรากับพวกเจามีเหวใหญ่ตั้งขวางอยู่ เพื่อ
้
26
27
่
ว่าถ้าผู้ใดปรารถนาจะข้ามไปจากที่นี่ถึงเจ้าก็ไม่ได้ หรือถ้าจะข้ามจากที่นั่นมาถึงเราก็ไม่ได้ เศรษฐีนั้นจึงวา
บิดาเจ้าข้าถ้าอย่างนั้นขอท่านใช้ลาซารัสไปยังบ้านบิดาของข้าพเจ้า เพราะว่าข้าพเจ้ามีพี่น้องห้าคน ให้
28
29
ลาซารัสเป็นพยานแก่เขา เพื่อมิให้เขามาถึงที่ทรมานนี้ แต่อับราฮัมตอบเขาว่า เขามีโมเสสและพวกผู้เผย
30
พระวจนะนั้นแล้ว ให้เขาฟังคนเหล่านั้นเถิด เศรษฐีนั้นจึงว่า มิได้ อับราฮัมบิดาเจ้าข้า แต่ถ้าคนหนึ่งจาก

