Page 150 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 150
142
“เขาเป็นกษัตริย์แห่งอิสราเอล จงลงมาจากไม้กางเขนเดี๋ยวนี้ แล้วเราจะเชื่อ” (มธ 27:42) พระองค์ได้
่
เสด็จกลับคืนชีพ ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่เชื่อในพระองค์ นี่เป็นข้อพิสูจน์อยางดี เมื่ออับราฮัม ตอบว่า ถ้าพวก
เขาไม่ฟังโมเสสและประกาศก เขาก็คงไม่เชื่อแม้มีคนกลับคืนชีพไปบอกเขา ถ้าหากเขาไม่สนใจกับการ
เปิดเผยของพระเป็นเจ้าโดยทางโมเสสและทางประกาศก เขาก็ไม่มีสิทธิอันใดที่จะเรียกร้องพระหรรษทาน
ี
้
จากพระเป็นเจ้ามากกว่าอก คนส่งข่าวจากบรรดาผตายไม่จำเป็นสำหรับผู้รับการเปิดเผยของพระเป็นเจา
ู้
และเขาก็ไม่มีประโยชน์อันใดสำหรับคนที่ไม่ยอมรับการเปิดเผยของพระองค์
ความฉลาดของผู้จัดการ (ลก 16:1-8)
1 พระองค์ตรัสกับเหล่าสาวกของพระองค์ว่า ยังมีเศรษฐีที่มีผู้จัดการคนหนึ่ง และมีคนมาฟ้องเศรษฐี
2
ว่า ผู้จัดการนั้นผลาญสมบัติของท่านเสีย เศรษฐีจึงเรียกผู้จัดการนั้นมา ว่าแก่เขาว่า เรื่องราวที่เราได้ยิน
้
เกี่ยวกับเจ้านั้นเป็นอย่างไร จงส่งบัญชีหน้าที่ผู้จัดการของเจ้า เพราะว่าเจาจะเป็นผู้จัดการต่อไปไม่ได้ 3
ผู้จัดการนั้นคิดในใจว่า เราจะทำอะไรดี เพราะนายจะถอดเราเสียจากหน้าที่ผู้จัดการ จะขุดดินก็ไม่มีกำลัง
4
จะขอทานก็อายเขา เรารแล้วว่าจะทำอะไรดี เพื่อเมื่อเราถูกถอดจากหน้าที่ผู้จัดการแล้ว เขาจะรับเราไว้ใน
ู้
5
เรือนของเขาได้ คนนั้นจึงเรียกลูกหนี้ของนายมาทีละคน แล้วถามคนแรกว่า ท่านเป็นหนี้นายข้าพเจ้ากี่
มากน้อย เขาตอบว่า เป็นหนี้น้ำมันร้อยถัง ผู้จัดการจึงบอกเขาว่า เอาบัญชีของท่านนั่งลงแล้วแก้เป็นห้า
6
7
สิบถัง เรว ๆ หน่อย แล้วเขาก็ถามอีกคนหนึ่งว่า ท่านเป็นหนี้กี่มากน้อย เขาตอบว่า เป็นหนี้ข้าวสาลีร้อย
็
กระสอบ ผู้จัดการจึงบอกว่า จงเอาบัญชีของท่านแก้เป็นแปดสิบ แล้วเศรษฐีก็ชมผู้จัดการอธรรมนั้น
8
เพราะเขาได้ทำโดยความฉลาด ด้วยว่าคนของโลกนี้ ในพวกเขา เขาใช้สติปัญญาฉลาดกว่าคนของความ
สว่างอีก
จุดประสงค์ของอุปมาเรื่องนี้ พระเยซูเจ้าต้องการเน้นว่า ในการเอาตัวรอดไปสวรรค์นั้น เรา
จะต้องพยายามใช้ความฉลาด ความรอบคอบ เต็มความสามารถ ถ้าหากว่าคนเรายังรู้จักสะสมข้าวของ
เงินทองเพื่อการดำรงชีวิตในชีวิตนี้ เราก็ควรจะสะสมบุญกุศลเพื่อชีวิตหน้าด้วย เศรษฐีผู้หนึ่งมีผู้จัดการ
ดูแลผลประโยชน์คนหนึ่ง ในสมัยนั้นการที่เศรษฐีจัดหาผู้จัดการทรัพย์สินของตนเป็นเรื่องธรรมดา และ
ผู้จัดการนี้มีเสรีภาพและอำนาจที่จะจัดการกับทรัพย์สินอย่างไรก็ได้ ขอแต่ให้เงินทองของนายเพิ่มพูนขึ้นก็
แล้วกัน ที่จริงตำแหน่งหน้าที่ของเขาสูงกว่าคนใช้ธรรมดา และเป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ เขาทำหน้าที่แทน
นายทุกอย่าง เช่น มอบที่ดินให้คนอื่นเช่า ซึ่งอาจจะเป็นเรือกสวนไร่นา นอกจากนั้น สวนผลไม้ หรือไร่
องุ่น หรือสวนมะกอก และเขามีหน้าที่เก็บค่าเช่าประจำปี ซึ่งปกติมักจะเป็นพืชผล จากนั้นเขาก็นำไป
ขายที่ตลาด หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว เขาก็จะมอบผลประโยชน์ให้แก่นายของตน ผู้จัดการคนนี้
ผลาญทรัพย์สินของนาย นายได้ทราบข่าวว่า ผู้จัดการไม่ซื่อสัตย์ตามที่ได้คาดหมายไว้ เพราะเขาได้ใช้
จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย และอาจจะมีการคดโกงอื่นๆ อีก เช่น อาจจะขายข้าวของให้แก่ญาติพี่น้องหรือเพื่อน
ฝูงในราคาต่ำกว่าราคาท้องตลาด แต่เขาคงไม่ได้ยักยอกเงินเอาไว้ใช้เพราะปรากฏว่าเมื่อนายไล่ออกจาก
งาน เขาไม่มีเงินเหลือ ดูเหมือนเราได้ยินเรื่องไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเจ้า จงรายงานมาซิ นายได้ถามหา
เหตุผลและขอให้อธิบาย แต่ว่าเขาไม่สามารถให้คำตอบได้ เพราะเขาทราบดีว่าเขาได้ทำผิดจริง ผู้จัดการ
จึงคิดว่า เขาคิดถึงผลกรรมชั่วของเขา และพยายามหาทางออกอย่างดีที่สุด จะขุดดินก็ไม่ไหว จะขอทาน
รึก็อายเขา เขาทราบดีว่าเขาไม่สามรถจะหางานทำในฐานะเป็นผู้จัดการได้อีก เพราะความคดโกงของเขา
ในฐานะเป็นผู้จัดการ เขาเคยทำแต่งานเบาๆ ฉะนั้น เขาไม่มีแรงที่จะขุดดินซึ่งเป็นงานหนัก ส่วนเรื่อง
ขอทานไม่ต้องพูดถึง เพราะเขายังแข็งแรง สุขภาพดี และเป็นสิ่งที่น่าอับอายด้วย ฉันรู้วิธีละ เขาได้หา

