Page 149 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 149
141
ลาซารัสได้รับการต้อนรับและทูตสวรรค์ได้พาเข้าไปอยู่ในอ้อมอกของอับราฮัม เศรษฐีคนนั้นก็ตาย
เช่นเดียวกัน และถูกฝังไว้ งานศพของเขาคงจะเอิกเกริกมโหฬาร เพื่อนบ้านที่ร่ำรวยและญาติพี่น้องคง
ี
มาร่วมพิธ และคงจะมีคนไว้ทุกข์และกล่าวคำสรรเสริญเยินยอและไว้อาลัยเขา แต่ในขณะนั้นเองเขากำลัง
ทนทุกข์ทรมานแสนสาหัส เมื่อเขาแหงนหน้าขึ้น มองเห็นอับราฮัมแต่ไกล และเห็นลาซารัสอยู่ในอ้อมอก
เศรษฐีได้รับอนุญาตให้เห็นความสุขซึ่งเขาได้สูญเสียไปเพราะความโฉดเขลาเบาปัญญาของเขา เขาเอง
อาจจะได้รับความสุขในอ้อมอกของอับราฮัมเหมือนกับลาซารัส แทนที่จะต้องโทษและได้รับความทุกข์
็
ทรมาน สาเหตุของความทุกข์ทรมานประการหนึ่งของผู้ที่ต้องโทษก็คือ เขาเหนว่าเขาต้องสูญเสียความสุข
เพราะความผิดของตัวเองแท้ๆ และได้ร้องว่า ข้าแต่บิดาอับราฮัม อับราฮัมเป็นบิดาของประชากรที่พระ
้
เป็นเจาเลือกสรร ชาวยิวทุกคนมีความภาคภูมิใจมากในต้นตระกูลของเขา เพราะอับราฮัมเป็นเพื่อนที่
ใกล้ชิดพระเป็นเจ้า แต่น่าเสียดายที่ชาติยิวมีความไว้วางใจต่ออับราฮัมในฐานะที่เขาเป็นผู้สืบตระกูลมาจาก
อับราฮัมมากเกินไป และหลายๆ คนไม่ได้สนใจที่จะเลียนแบบคุณธรรมของท่าน (เทียบ มธ 3:9,ยน 8:39-
41,รม 2:17-29) เศรษฐีได้มีความไว้วางใจต่ออับราฮัมและเรียกท่านว่าเป็น” บิดา “กรุณาส่งลาซารัสให้ใช้
ปลายนิ้วจุ่มน้ำมาแตะลิ้นให้ลูกสดชื่นขึ้นบ้าง เพราะลูกกำลังทุกข์ทรมานอย่างสาหัสในเปลวไฟนี้ เศรษฐีที่
เคยได้แต่ชี้นิ้วในโลกนี้ และก็ได้ทุกอย่างตามปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นอาหารชนิดไหนหรือเหล้าชนิดวิเศษ
ั
อย่างไรก็ตาม ไม่กล้าขออะไรมาก นอกจากน้ำเพียงหยดเดียว และเขาขอความเมตตาจากลาซารสซึ่งเขา
ไม่เคยเหลียวแลเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ ลูกเอ๋ย จงจำไว้ว่า เมื่อยังมีชีวิต ลูกได้รับแต่สิ่งดีๆ ส่วน
ลาซารัสได้รับแต่สิ่งเลวๆ อับราฮัมได้เรียกเขาว่า “ลูก” แต่เวลานี้ การเป็นบุตรก็ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรเลย
ระหว่างที่มีชีวิตเขาไม่เคยดำรงชีวิตในฐานะเป็นบุตรที่ดีของอับราฮัม และอาศัยอับราฮัมเป็นบุตรบุญธรรม
ของพระเป็นเจ้า ตรงกันข้าม ลาซารัสได้รับใช้พระเปนเจ้าในชีวิตอย่างซื่อสัตย์ ได้ทนทุกข์ทรมานด้วย
็
ความรักต่อพระเป็นเจ้า และบัดนี้เขาก็ได้รับความสุขตลอดทั้งชั่วนิรันดร ยิ่งกว่านั้น ยังมีเหวใหญ่ขวางอยู่
ระหว่างเราทั้งสอง เศรษฐีไม่ได้ขอร้องให้พระเป็นเจ้าเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน สิ่งที่เขาขอร้องคือความ
บรรเทาจากการทรมาน แต่อับราฮัมตอบเขาว่า แม้แต่เรื่องเพียงเล็กน้อยนี้เขาก็ไม่ต้องหวัง เพราะเวลา
แห่งพระเมตตาจบสิ้นลงแล้ว เศรษฐีจึงเสริมว่า ท่านพ่อ ลูกอ้อนวอนให้ท่านส่งลาซารัสไปยังบ้านบิดาของ
ลูก เมื่อไม่ได้รับตามที่ขอ เศรษฐีก็คิดถึงพี่น้อง 5 คน ที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลก และคงจะดำเนินชีวิตตาม
ประสาโลกเช่นเดียวกับเขาเมื่อสมัยที่เขามีชีวิตอยู่ เขาขอร้องให้ลาซารัสกลับไปเตือนพี่น้องเขาว่า เขาจะ
ประสบโศกนาฏกรรมตลอดทั้งชั่วนิรันดร ถ้าหากเขายังดำรงชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยและโฉดเขลา พระเยซูเจ้า
ได้ให้เศรษฐีเองเป็นผู้ขอร้องอีกข้อหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อจะเน้นว่าเวลาแห่งพระเมตตาจบลงแล้ว อับราฮัมได้
ปฏิเสธคำขอร้องของเขาอีกครั้งหนึ่ง พี่น้องของลูกมีโมเสสและบรรดาประกาศกอยู่แล้ว พระเป็นเจ้าได้
ทรงให้โมเสสและประกาศกหลายองค์มาสั่งสอนหนทางแห่งความรอดให้แก่ชาวอิสราเอล ให้เขาพยายาม
ถือตามพระบัญญัติของพระเป็นเจ้า หรือน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า แต่พวกเขาไม่สนใจ ถ้าหากเศรษฐี
และพี่น้องของเขาไม่ใยดีกับคำสั่งสอนของผู้แทนของพระเป็นเจ้าและจะต้องโทษ เขาจะไปโทษใคร
นอกจากโทษตัวเอง มิใช่เช่นนั้น ท่านพ่ออับราฮัม ถ้าใครคนหนึ่งจากบรรดาผู้ตายไปหาเขา เขาจึงจะกลับ
ใจ แม้อับราฮัมจะได้ตอบเขาแล้ว เขาก็ยังแย้งอีก เพราะเขาคิดว่าการที่พระเป็นเจ้าได้เผยแสดงพระองค์
ทางโมเสสและทางประกาศกนั้นยังไม่เป็นการเพียงพอสำหรับเขา และสำหรับพี่น้องของเขา เขายังมีข้อ
แก้ตัวอยู่ร่ำไป คนธรรมดาเมื่อได้ฟังโมเสสและประกาศกเทศนาสั่งสอนก็กลับใจและทำการใช้โทษบาป
แล้ว แต่คนที่หมกมุ่นในทรัพย์สมบัติและอบายมุขต้องการเรียกร้องมากกว่านั้นอีก เช่นเดียวกัน เราพบ
ในพระวรสารว่า พวกพระสงฆ์และคัมภีราจารย์ได้กล่าวขณะที่พระองค์กำลังถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนว่า

