Page 171 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 171
163
ได้ตรัสเตือนไว้ก่อนแล้วว่า “จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ จงเคาะเถิด
แล้วเขาจะเปิดประตูรับท่าน เพราะคนที่ขอย่อมได้รับ คนที่แสวงหาย่อมพบ คนที่เคาะประตูย่อมมีผู้เปิด
ประตูให้” (มธ 7:7-8, ลก 11:9-10) ที่พระองค์ตรัสดังนี้ก็เพื่อจะสอนเราว่า ใครที่ภาวนาด้วยความจริงใจ
ิ
ร้อนรน เขาก็จะได้รับคำตอบอย่างจรงใจเช่นเดียวกัน ศัพท์ที่พระองค์เลือกมาใช้ 3 คำ คือ ขอ แสวงหา
และเคาะ แม้จะต่างกัน แต่ก็ต้องการเน้นเรื่องเดียวกัน กล่าวคือ เราจะต้องทำให้พระองค์ทรงทราบคำ
้
่
ภาวนาของเรา พระองค์ตรัสว่าเราจะต้องมีความไว้วางใจอยางเต็มเปี่ยมในพระเป็นเจาเมื่อเราภาวนา ถ้า
ลูกขออาหาร จะให้ก้อนหินหรือ ไม่มีพ่อคนไหนในโลกที่โหดร้ายจนกระทั่งหยิบหินให้ลูกที่กำลังหิวขอขนม
ปัง ถ้าลูกขอไข่ จะให้แมงป่องหรือ ในปาเลสไตน์มีแมงป่องขาว แต่ถ้าเราจะเปรียบเทียบแมงป่องกับไข่
เราก็ไม่สู้จะเห็นว่ามันคล้ายกันอย่างไร แต่ว่าเด็กๆ อาจจะถูกหลอกให้รับเอาแมงป่องได้ พ่อชนิดนี้ไม่
เพียงแต่หลอกลวง แต่ใจร้ายด้วย แม้แต่ท่านทั้งหลายที่เป็นคนชั่ว ถ้าหากมนุษย์เราทั้งที่มีขอบเขตจำกัด
และมีข้อขาดตกบกพร่องมากมายเนื่องจากบาปกำเนิดและบาปที่เราทำเอง ยังมีความนึกคิดที่ดีและมีใจ
เมตตากรุณาถึงเพียงนั้น พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ ทรงมีพระทัยเมตตามากว่าสักเพียงไร พระบิดาเจ้าผู้ซึ่ง
ทรงรักเรามากกว่าความรักของบิดาใด ๆ ในโลก จะทรงประทานพระหรรษทานและพระคุณต่างๆ ไม่ว่า
จะเป็นพระคุณฝ่ายกายหรือฝ่ายวิญญาณจากสวรรค์ แด่ผู้ที่วิงวอนของพระกรุณาจากพระองค์
เพื่อนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ (ลก 11:5-8 เทียบ มธ 15:23)
5 พระองค์ตรัสแก่เขาว่า ผู้ใดในพวกท่านมีมิตรสหายคนหนึ่ง และจะไปหามิตรสหายนั้นในเวลาเที่ยง
6
คืนพูดกับเขาว่า เพื่อนเอ๋ย ขอให้ฉันยืมขนมปังสักสามก้อนเถิด เพราะเพื่อนของฉันคนหนึ่งเพิ่งเดินทางมา
7
หาฉัน และฉันไม่มีอะไรจะให้เขารับประทาน ฝ่ายมิตรสหายที่อยู่ข้างในจะตอบว่า อย่ารบกวนฉันเลย
ประตูก็ปิดเสียแล้ว ทั้งพวกลูกก็นอนร่วมเตียงเดียวกับฉันแล้ว ฉันจะลุกขึ้นหยิบให้ท่านไม่ได้ เราบอกท่าน
8
ทั้งหลายว่า แม้เขาจะไม่ลุกขึ้นหยิบให้คนนั้นเพราะเป็นมิตรสหายกัน แต่ว่าเพราะวิงวอนมากเข้า เขาจึงจะ
ลุกขึ้นหยิบให้ตามที่เขาต้องการ
ผู้ที่ฟังพระเยซูเจ้าคงจะเข้าใจจากการเปรียบเทียบของพระองค์ เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมักเกิดขึ้นในสมัย
นั้น และแม้ในสมัยนี้ด้วย เป็นต้นระหว่างพวกคนจน แขก หรือญาติอาจจะมาถึงในยามกลางคืน และ
เราอาจจะไม่มีอาหารเตรียมพร้อมไว้ วิธีแก้ปัญหาแบบธรรมดาก็คือ เราอาจจะไปขอยืมจากเพื่อนบ้านได้
ถ้าหากร้านขายขนมปังปิดหรือว่าอยู่ไกลเกินไป เพื่อนมาหา แม้ว่าเพื่อนจะมาโดยไม่คาดฝัน แต่ก็ได้รับการ
่
ต้อนรับเป็นอยางดี เขาคงจะเหนื่อยและหิว เนื่องจากการเดินทางไกล เจ้าของบ้านอยากแสดงไมตรีจิต
แต่เขาก็อยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะลำบากใจ เพราะเขาไม่มีอาหารเตรียมพร้อมไว้ เราไม่มีขนมปังซึ่ง
้
เป็นอาหารหลักในสมัยนั้น และในสมัยนี้ด้วย ในประเทศปาเลสไตน์ ในหมู่บาน ตามปกติมีเตา
สาธารณะและแม่บ้านแต่ละบ้านก็มีเวลาของตัวที่จะไปใช้เตาทำขนมปัง ตามปกติเขามักจะเตรียมขนมปัง
หมด แต่เขายังมีเพื่อนบ้านซึ่งอาจจะมีขนมปังเหลือ เขาจึงได้ไปหาเพื่อนบ้านโดยหวังเต็มที่ว่าคงจะ
แก้ปัญหาเขาได้ อย่ารบกวนฉันเลย ประตูปิดแล้ว น้ำเสียงตอบจากข้างในออกจะไม่เป็นมิตรเสียเลย ทั้งนี้
ก็เพราะว่าเขาต้องถูกปลุกในยามวิกาลเช่นนี้ เขาก็ต้องรู้สึกมีความรำคาญ และมิตรภาพที่เคยมีอาจจะ
เย็นชาลงได้ ลูก ๆ กับฉันก็เข้านอนแล้ว ตามปกติบ้านของชาวยิวที่ยากจนหรือชั้นกลางมักจะมีเพียงห้อง
เดียวเท่านั้น ทั้งครอบครวนอนบนเสื่อที่ปูบนพื้นบ้านและนอนเบียดกันเพื่อจะได้อุ่น ถ้าหากบิดาจะต้อง
ั
ไปเปิดประตูจะต้องเดินข้ามลูกๆ ไป และบางทีอาจจะเหยียบลูกเพราะพลาดพลั้งก็ได้ และเด็กอาจจะตื่น
ก็เป็นได้ ฉันลุกขึ้นให้สิ่งใดท่านไม่ได้ดอก ที่สุดเขาได้ปฏิเสธ และคิดว่าคงจะหมดเรื่องแล้ว แต่เพื่อนบ้าน

