Page 172 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 172
164
ี
คนนั้นยังคงเคาะประตูต่อไป ตอนดึกๆ ที่เงียบสงัดเช่นนั้น เสยงเคาะประตูคงจะก่อให้เกิดความรำคาญ
้
ไม่ใช่น้อยเลย และอาจจะทำให้เด็กตื่นก็ได้ และผลรายที่เขาอยากจะหลีกเลี่ยงก็อาจจะเกิดขึ้น
เขาจะลุกขึ้นมาให้สิ่งที่เพื่อนต้องการเพราะถูกรบเร้า ไม่ใช่เพราะความรักหรือมิตรภาพ แต่เพื่อจะได้หลีก
หายนะที่ใหญ่กว่า คือ กลัวลูกจะตื่น
ผู้พิพากษาที่ไร้มโนธรรมและหญิงม่ายผู้รบเร้า (ลก 18:1-8)
1 พระองค์ตรัสคำอุปมาเรื่องหนึ่งให้เขาฟัง เพื่อสอนว่าคนทั้งหลายควรอธิษฐานอยู่เสมอ ไม่อ่อน
2
ระอาใจ พระองค์ตรัสว่า ในนครหนึ่งมีผู้พิพากษาคนหนึ่ง ที่มิได้เกรงกลัวพระเจ้าและมิได้เห็นแก่มนุษย์ 3
ในนครนั้นมีหญิงม่ายคนหนึ่งมาหาผู้พิพากษาผู้นั้นพูดว่า ขอให้ความยุติธรรมแก่ข้าพเจ้าในการสู้ความเถิด
4 ฝ่ายผู้พิพากษานั้นไม่ยอมทำจนช้านาน แต่ภายหลังเขานึกในใจว่า แม้ว่าเราไม่ยำเกรงพระเจ้า และไม่เห็น
5
แก่มนุษย์ แต่เพราะแม่ม่ายคนนี้มากวนเราให้ลำบาก เราจะให้ความยุติธรรมแก่นาง เพื่อมิให้นางมา
7
6
รบกวนบ่อยๆให้เรารำคาญใจ และองค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า จงฟังคำที่ผู้พิพากษาอธรรมนี้ได้พูด พระเจ้า
จะไม่ทรงประทานความยุติธรรมแก่คนที่พระองค์ได้ทรงเลือกไว้ ผู้ร้องถึงพระองค์ทั้งกลางวันกลางคืนหรือ
่
พระองค์จะอดพระทัยไว้ช้านานหรือ เราบอกท่านทั้งหลายวา พระองค์จะทรงประทานความยุติธรรมให้
8
เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรมนุษย์มา ท่านจะพบความเชอในแผ่นดินโลกหรือ
ื่
เพื่อจะได้สอนเราว่า เราจำเป็นจะต้องภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน พระเยซูเจ้าจึงได้ทรงเล่าอุปมาอีก
เรื่องหนึ่ง ผู้พิพากษาคนหนึ่ง ในเมืองหรือตามหมู่บ้านใหญ่ๆ ในประเทศปาเลสไตน์ รัฐบาลจะแต่งตั้งผู้
พิพากษาผู้หนึ่งสำหรับตัดสินความต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ เขาไม่ยำเกรงพระเจ้าและไม่เกรงใจ
มนุษย์ผู้ใด เขาเป็นคนที่ต่ำช้าและไม่สมกับตำแหน่งหน้าที่อันมีเกียรติของเขาจริงๆ เขาไม่ได้ยำเกรงพระ
เป็นเจา กลาวคือ เขาไม่ยอมรับรู้พระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์ เขาเป็นคนที่ไม่ปฏิบัติศาสนา
่
้
พระบัญญัติ 10 ประการของพระเป็นเจาไม่มีความหมายอะไร เขาไม่ให้ความเคารพนับถือต่อเพื่อนบ้าน
้
ประมาทความคิดเห็นของผู้อื่น ผู้พิพากษาเลวๆ ชนิดนี้อาจมีขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัย ยิ่งกว่านั้น บางคนยังรับ
ศีลบนในการตัดสินความด้วย ประกาศกอิสยาห์ได้เคยต่อต้านผู้พิพากษาที่อยุติธรรมมาแล้ว ผู้พิพากษาที่
ตัดสินให้คนชั่วได้ชนะความ เพราะเขาได้รับของขวัญหรือบำเหน็จรางวัลจากผู้ผิดและไม่ให้ความเป็นธรรม
แก่คนซื่อสัตย์สุจริต (อสย 5:23) และในอิสยาห์บทที่ 1:23 ท่านประกาศกก็ได้พูดไว้ว่า พวกเจ้านาย ขาด
้
ความเชื่อถือในพระเป็นเจา เป็นเพื่อนของมหาโจร ชอบรับศีลบนและฝักใฝ่แต่รางวัล ไม่ได้ตัดสินความ
ช่วยเหลือผู้กำพร้าและหญิงม่ายตามความยุติธรรม เพราะฉะนั้น อุปมาของพระองค์จึงเข้าใจง่ายสำหรับ
ผู้ฟัง หญิงม่ายคนหนึ่งอยู่ในเมืองนั้นด้วย คำว่าหญิงม่ายในประเทศปาเลสไตน์ก็ทำให้เราเข้าใจได้ทันทีว่า
เป็นผู้ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ขาดผู้อุปถัมภ์ ผู้คุ้มครอง และจะต้องรับภาระของสามี เราพบว่าพระเป็นเจ้าทรง
ตักเตือนชาวอิสราเอลให้เอาใจใส่ต่อหญิงม่ายและเด็กกำพร้าและคนพลัดถิ่นเป็นพิเศษ (อพย 22:22, ฉธบ
14:29, 16:11, 24:17, อสย 1:23, โยบ 22:9) ที่พระองค์ต้องเตือนคนทั้งสามจำพวกนี้เสมอ หญิงม่ายใน
อุปมาคงจะได้รับความอยุติธรรมจากเพื่อนบ้านหรือจากญาติพี่น้อง อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับมรดกที่สามี
ของนางได้ทำพินัยกรรมมอบให้ แต่ว่ามีญาติทางฝ่ายสามีแย่งชิงเอาไปก็ได้ หรืออาจจะเป็นเรื่องอื่นๆ ก็ได้
เราไม่ทราบแน่ นางมาพบเขาครั้งแล้วครั้งเล่า นางคงจะได้ขอความเห็นใจ และพูดตกลงกับฝ่ายตรงข้าม
แล้ว แต่ไม่ได้ผลอะไร นางก็จำเป็นจะต้องมาร้องเรยนศาลเพื่อให้ผู้พิพากษาตัดสินตามความยุติธรรม
ี
กรุณาให้ความยุติธรรมแก่ดิฉันสู้กับคู่ความเถิด เขาขอร้องให้ผู้พิพากษาทำตามความยุติธรรมและให้
ลงโทษผู้ผิด เขาก็ต้องการทรัพย์สมบัติของเขากลับคืนตามความยุติธรรมมากกว่า ส่วนเรื่องการลงโทษนั้น

