Page 173 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 173
165
็
เปนหน้าที่ของศาล ผู้พิพากษาผู้นั้นไม่ยอมทำตามที่นางขอร้อง เนื่องจากเขาเป็นคนที่ขาดความเมตตา
และไม่สนใจต่อความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์ เขาก็ไม่ได้พิจารณาคดีของหญิงม่าย แต่นางก็ไม่ยอมแพ้
ได้เพียรกลับมาหาผู้พิพากษาอธรรมผู้นี้ และที่สุดเธอก็เห็นผลจริง ๆ จนเวลาผ่านไประยะหนึ่ง จึงคิดว่า
ความพากเพียรของหญิงม่ายได้ชนะจิตใจของเขา และเขาก็ยอมรับเช่นนั้นจริง ๆ แม้ว่าฉันไม่ยำเกรงพระ
้
เจ้าและไม่เกรงใจมนุษย์ผู้ใด เขายอมรับว่าเขาไม่ยำเกรงพระเป็นเจาและประมาทเพื่อนมนุษย์ ถึงกระนั้น
้
เขาก็คิดว่าเขาจะต้องตัดสินตามที่หญิงม่ายเรียกรอง แม้ว่าที่ทำไปนั้นไม่ใช่ทำไปเพราะถือตามหน้าที่ที่
จะต้องตัดสินความก็ตาม แต่เกรงว่าเมื่อนางมาบ่อยๆ ก็จะทำให้เขารำคาญ เขาทนไม่ไหวแล้ว และถ้า
หากปล่อยไปอีก เขาก็ยิ่งจะรำคาญมากขึ้นและอาจจะกลายเป็นโรคประสาทก็ได้ ฉันจะให้นางได้รับความ
ยุติธรรม ที่สุดเขาก็ได้ตัดสินใจดำเนินคดีตามที่หญิงม่ายเรยกร้อง และพระอาจารย์เจ้าได้ตรัสว่า จงฟังสิ่ง
ี
ที่ผู้พิพากษาอสัตย์ธรรมได้กล่าวไว้เถิด พระเยซูเจ้าประยุกต์หรือสรุปอุปมา ถ้าหากว่ามนุษย์ที่ชั่วช้าสา
มานถึงเพียงนั้นยังไม่สามารถที่จะทนต่อความพากเพียรของหญิงม่ายได้ เราก็มั่นใจได้เลยว่าพระบิดาเจ้าผ ู้
ที่มิใช่แต่ยุติธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ประกอบด้วยความเมตตากรุณาจะทรงสดับฟังและสนองตอบคำ
ภาวนาของเรา ถ้าหากเราเพียรหาพระองค์เสมอๆ ด้วยความไว้วางใจประสาลูกที่ภักดีต่อพระองค์
ื
พระเป็นเจ้าจะไม่ทรงแก้แค้นแทนผู้เลือกสรรของพระองค์หรือ ผู้ที่ได้รับการเลอกสรร เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้
แทนผู้ติดตามพระเยซูเจ้า นักบุญเปาโล มักจะเรียกว่า “นักบุญ” (เทียบ รม 1:7, 12:13) กล่าวคือ ผู้ที่
พระเป็นเจ้าทรงเลือกสรรในพระธรรมใหม่ คำว่านักบุญในที่นี้ไม่ใช่หมายความว่า เขามีคุณธรรมอันสูงส่ง
เหมือนกับที่เราเข้าใจคำว่านักบุญทั่ว ๆ ไป แต่หมายความว่า เขาเป็นผู้ที่พระเป็นเจ้าได้ทรงเรียกให้
ดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์ เขากำลงมุ่งไปสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่เขาก็ต้องพยายามประพฤติตัวดี ด้วย
ั
่
ความยำเกรงพระเป็นเจ้าเพื่อบรรลุถึงความรอด (ฟป 2:12) หมายความวา บรรดาผที่พระเป็นเจ้าทรง
ู้
เลือกสรรจะต้องเข้ามาพึ่งพระเมตตาของพระเป็นเจ้าอีก และพระองค์จะทรงสดับฟังคำวิงวอนของเขา
่
พระองค์จะแก้แค้นแทนเขาต่อสู้ศัตรู พระองค์ยังจะเมินเฉยต่อคำภาวนาของเขาหรือ เรากลาวแก่ท่านว่า
พระองค์จะโปรดตามที่เขาวอนขอทันที เป็นไปได้ที่พระองค์จะโปรดตามที่เขาภาวนาทันที แต่บางครั้ง
พระองค์ก็อาจจะรอเวลาก็ได้ ทั้งนี้ เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่า พระองค์จะประทานพระคุณให้แก่เรา
เมื่อไรจึงจะบังเกิดผลประโยชน์ให้แก่เราอย่างแท้จริง สมมุติว่า พระองค์โปรดให้เราชนะการผจญ
ทันทีทันใด ก็เท่ากับไม่มีการต่อสู้อะไรเลย เราทราบดีว่า ชีวิตคือการต่อสู้ และรางวัลจะเป็นของผู้ที่ชนะ
เท่านั้น การที่พระองค์ไม่สนองตอบทันที นั่นแหละเป็นส่วนหนึ่งของการตอบแล้ว และเป็นการ
สนองตอบที่ดีที่สุดตามกาละเทศะและถูกต้องทุกประการ เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา คัมภีราจารย์หลาย
คนสงสัยว่าประโยคนี้เกี่ยวโยงกับอุปมาอย่างไร ทั้งนี้เพราะว่า บางทีเขาเข้าใจถึงการเสด็จมาครั้งที่สอง
ตอนสิ้นพิภพก็เป็นได้ อย่างไรก็ดีประโยคนี้อาจจะหมายถึงการเสด็จเข้ามาเกี่ยวข้องกับมนุษย์ตอนไหนก็ได้
เพื่อแสดงพระเมตตาของพระองค์ต่อมนุษยชาติ ณ ที่นี้ จึงมีความหมายว่า พระเป็นเจ้าทรงสนองตอบคำ
ภาวนาของผู้ที่ถูกเบียดเบียนเมื่อถึงเวลากำหนด จะทรงพบความเชื่อบนโลกนี้หรือ” จะมีสักกี่คนที่วางใจใน
พระองค์” จะมีสักกี่คนที่ภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน พระองค์ตรัสถามฝูงชน ไม่ใช่เป็นการตั้งปัญหาเพราะ
สงสัย แต่ว่าเป็นข้อสรุปจากอุปมา กล่าวคือ ทุกคนที่เชื่อว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นพระบิดาที่ทรงพระทัย
เมตตากรุณาควรจะตอบว่า เราจะภาวนาโดยไม่หยุดหย่อน เพราะเราทราบว่าพระองค์จะเสด็จมา
เกี่ยวข้องกับเราตามความเหมาะสม

