Page 41 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 41
33
่
เลย พระเถระถวายพระพรอีกวา “ถ้าเช่นนั้น โปรดรับสั่งให้ตั้งตุ่มใหญ่บรรจุน้ำเต็มไว้ในท้องพระโรง ทำ
ม่านกั้นบังไว้แล้วให้ผู้คนทุกคนในพระราชวัง ห่มผ้าแล้วเข้าไปในม่านล้างมือที่ตุ่มทีละคนแล้วออกมา “
ั
พระราชารบสั่งให้ทำเช่นนั้นปรากฏว่า ได้แก้วจุฬามณีกลับคืนมา ทรงดีพระทัยยิ่งนัก ผู้คนอาศัยพระเถระ
จึงพ้นจากทุกข์ได้ เรื่องนี้ทราบไปถึงพระพุทธองค์ พระองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่ง
นานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ เกิดเป็นอำมาตย์ในเมืองพาราณสี วันหนึ่ง พระราชา เสด็จประภาสอุทยาน เมื่อ
จะทรงอุทกกีฬา รับสั่งให้พวกสตรีเปลื้องอาภรณ์เครื่องประดับไว้กับหญิงรับใช้ แล้วลงสู่สระน้ำ ขณะนั้น มี
นางลิงขาวตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในอุทยานนั้น ขณะหญิงรับใช้หลับ ได้ลักเอาสร้อยมุกดาแล้วกระโดดขึ้นต้นไม้
นำไปซุกซ่อนไว้ในโพรงไม้แห่งหนึ่ง ครั้นนางหญิงรับใช้ตื่นขึ้นมาไม่เห็นสร้อยมุกดา ก็ตัวสั่นจึงร้องตะโกนว่า
“มีคนแย่งสร้อยมุกดาของพระเทวีหนีไปแล้ว” พวกทหารจึงรีบวิ่งตามจับโจร ขณะนั้น มีชายบ้านนอกคน
หนึ่งเดินผ่านมา พอได้ยินเสียงนั้นก็ตกใจวิ่งหนี พวกทหารเห็นเขาหนีจึงวิ่งตามจับมาได้ ด้วยความกลัวตาย
ชายคนนั้น จึงยอมรับว่า ได้ขโมยไปจริง เมื่อถูกถามหาว่านำไปไว้ไหน ก็บอกว่า มอบให้เศรษฐีไปแล้ว
พระราชารบสั่งให้เศรษฐีมาเฝ้า เศรษฐีก็กราบทูลว่าได้มอบให้ปุโรหิตไปแล้ว ฝ่ายปุโรหิตก็กราบทูลว่าได้
ั
มอบให้คนธรรพ์ไปแล้ว คนธรรพ์ก็กราบทูลว่าได้มอบให้นางวัณณทาสีไปแล้ว ส่วนนางวัณณทาสีกราบทูล
ว่า มิได้รับไว้ เมื่อสอบสวนคนทั้ง 5 คนกว่าจะทั่วทุกคน พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว พระราชาจึงรับสั่ง
ว่า “ต้องรู้เรื่องในวัน พรุ่งนี้” จึงมอบคนทั้ง 5 ให้อำมาตย์แล้วเสด็จกลับเข้าสู่พระนคร ฝ่ายอำมาตย์คิดว่า
“เครื่องประดับหายภายในสวน ส่วนคนเหล่านี้เป็นคนภายนอก การอารักขาก็เข้มแข็ง โอกาสที่คนข้างนอก
หรือคนรับใช้ในสวนจะลักไม่มีวี่เเววเลย คำยอมรับของพวกเหล่านี้ ก็เพื่อปลดเปลื้องตนจากความผิด
เท่านั้น สวนนี้มีลิงอาศัยอยู่มาก เครื่องประดับคงตกอยู่ในมือของลิงตัวหนึ่งเป็นแน่” จึงขอให้มอบโจรทั้ง 5
คนแก่ตน แล้วนำไปขังไว้ในห้องเดียวกัน สั่งให้ทหารแอบฟังดูว่า “พวกโจรนี้จะปรึกษาอะไรกันบ้าง” พอ
ตกดึก เศรษฐีจึงถามชายบ้านนอกว่า “มึงเคยพบกูที่ไหน มึงเคยให้เครื่องประดับกูตั้งแต่เมื่อไร ?” ส่วนชาย
บ้านนอกรีบขอโทษแล้วกล่าววา “ผมก็ไม่รู้จักสร้อยมุกดาด้วยซ้ำไป ที่อ้างท่านก็เพราะจะอาศัยท่านรอด
่
พ้นจากอันตราย” ฝ่ายปุโรหิตก็ถามเศรษฐีวา “เมื่อชายคนนั้นไม่ได้มอบเครื่องประดับแก่ท่าน แล้วท่านเอา
่
มามอบให้ข้าพเจ้าตั้งแต่เมื่อใด” เศรษฐีจึงกล่าวว่า “ข้าพเจ้ากล่าวไปก็เพราะเราทั้งสองเป็นคนใหญ่คนโต
่
ช่วยกันพูดการงานก็จะสำเร็จด้วยดี” ปุโรหิตก็พูดกับคนธรรพ์วาที่ข้าพเจ้ากล่าวตู่ท่าน ก็เพื่อที่จะอาศัยท่าน
อยู่เป็นสุขในห้องขัง ส่วนคนธรรพ์ก็กล่าวกับนางวัณณทาสีว่า ที่ข้าพเจ้ากลาวตู่ท่านก็เพื่อที่จะอาศัยท่านใน
่
เรื่องเพศสัมพันธ์ พวกเราจักไม่ต้องหงอยเหงาอยู่รวมกันอย่างสบาย อำมาตย์ ฟังคำรายงานนั้นจากทหาร
่
แล้ว ก็ทราบแน่ชัดว่าคนทั้ง 5 นั้นไม่ใช่โจร จึงสั่งให้ทำเครื่องประดับยางไม้ เสรจแล้วให้จับลิงมาประดับ
็
หลายตัวแล้วปล่อยไป สั่งให้ทหารสังเกตดู พวกลิงที่ได้เครื่องประดับไปแล้วก็อวดเครื่องประดับกันเกรียว
กราว นางลิงนั้น พอเห็นเพื่อนมีเครื่องประดับก็ทนไม่ได้ จึงไปนำสร้อยมุกดามาประดับอวดตน พวกทหาร
เห็นเช่นนั้น จึงนำกลับมามอบให้แก่อำมาตย์ อำมาตย์ ได้นำสร้อยมุกดาเข้ากราบทูลแด่พระราชาและกราบ
ทูลความจริงให้ทรงทราบ พระราชาทรงดีพระทัย เมื่อจะชมเชยอำมาตย์จึงได้กล่าวคาถานี้ว่า “ยามคับขัน
ประชาชนต้องการผกล้าหาญ ยามปรึกษาการงาน ต้องการคนไม่พูดพล่าม ยามมีข้าวน้ำ ต้องการคนเป็นที่
ู้
รักของตน ยามเกิดปัญหา ต้องการบัณฑิต”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ใช้คนให้ถูกกับสถานการณ์ ๛

