Page 44 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 44
36
เหตุห้ามภิกษุมิให้ดื่มสุรา (สุราปานชาดก)
๏ สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่โฆสิตาราม เมืองโกสัมพี ทรงปรารภพระสาคตเถระเรื่องดื่มสุรา เรื่อง
มีอยู่ว่า หลังจำพรรษาที่เมืองสาวัตถีแล้ว พระพุทธองค์พร้อมพระภิกษุสงฆ์ มีพระสาคตเถระเป็นพระ
อุปัฏฐาก ได้จาริกไปจนถึงภัททวติกานิคม ถึงแม้พวกชาวบ้านที่เห็นแล้วพากันมา กราบทูลไม่ให้เสด็จไปท่า
อัมพะ เพราะอัมพติฏฐกนาค มีพิษร้ายจะทำอันตรายก็ตาม ก็ทำเป็นเหมือนไม่ได้ยินถ้อยคำของคน
เหล่านั้น เสด็จเข้าไปปูลาดหญ้านั่งขัดสมาธิอยู่ในที่อยู่ของนาคนั้น ส่วนพระสาคตเถระเข้าไปใกล้อาศรม
นาคแล้วปูลาดหญ้านั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้ๆนาคนั้น นาคได้แสดงฤทธิ์ บังหวลควันและทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้น พระ
เถระก็ทำเช่นนั้นเหมือนกัน ได้ปราบนาคให้หมดฤทธิ์ตั้งอยู่ในศีล ในเวลาชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น รุ่งเช้า พระ
พุทธองค์และพระสงฆ์สาวกได้เข้าไปในเมืองโกสัมพี เรื่องราวที่พระสาคตเถระปราบนาคได้แพร่กระจายไป
ทั่วเมือง ฝูงชนชาวเมืองโกสัมพี ทำการต้อนรับพระพุทธองค์แล้วไปไหว้พระสาคตเถระ พร้อมกับปวารณา
ว่า “ถ้าพระเถระต้องการอะไรที่หาได้ยาก จงบอก จะจัดถวาย” พระเถระกลับนั่งนิ่งเสียไม่พูดว่าอะไร แต่
พวกภิกษุหัวดื้อฉัพพัคคีย์ พากันบอกฝูงชนวา “โยม สุราสีแดงดุจเท้านกพิราบสิ บรรพชิตหาได้ยาก และ
่
เป็นของชอบใจของพระเถระด้วย” ชาวเมืองได้นิมนต์พระพุทธองค์พร้อมพระสงฆ์สาวกฉันในวันพรุ่งนี้
ในตอนเช้า ชาวเมืองต่างก็พากันจัดเตรียมสุราสีแดงดุจเท้านกพิราบไว้ถวายพระเถระทุกเรือน พระเถระดื่ม
สุราแล้วเมา เดินไปล้มลงที่ประตูเมืองนอนบ่นพร่ำเพออยู่ เมื่อพระพุทธองค์ฉันเสร็จได้เสด็จกลับ พบพระ
้
เถระนอนอยู่เช่นนั้น จงรับสั่งให้ประคองพระเถระนอนหันศีรษะไปทางพระบาทของพระองค์ พระเถระ
ึ
กลับนอนเหยียดเท้าไปทางพระพักตร์ของพระพุทธองค์ พระองค์จึงทรงตรัสโทษของการดื่มสุราว่า “พระ
สาคตะเคยเคารพในเรา บัดนี้ไม่มีแล้ว เคยเป็นผู้มีความสามารถปราบพญานาคได้ บัดนี้ไม่มีแรงที่จะปราบ
แม้กระทั่งงูปลา ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่ดื่มแล้ว ปราศจากความจำได้หมายรู้ สิ่งนั้นภิกษุไม่ควรดื่ม” แล้วทรง
บัญญัติสิกขาบทว่า เป็นปาจิตตีย์ในเพราะดื่มสุราเมรัย ในตอนเย็น พวกภิกษุประชุมกันในธรรมสภาพูดถึง
โทษของการดื่มสุรา พระพุทธองค์ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า... กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในกรุงพาราณสี
ู่
แคว้นกาสี มีฤๅษีอยู่ประมาณ 500 รูป ได้อภิญญาและสมาบัติ อาศัยอยในป่าหมวันตะ ครั้นถึงฤดูฝนจึง
ิ
์
อำลาอาจารยเพื่อเข้าเมืองถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ ทำให้ประชาชนและพระราชาเลื่อมใสแล้ว พักอยู่ในพระราช
อุทยาน ต่อมาวันหนึ่งในเมืองพาราณสีมีเทศกาลดื่มสุรา พระราชาดำริว่า พวกบรรพชิต หาสุราได้ยาก จึง
รับสั่งให้ถวายสุราอย่างดี เป็นอันมากแก่ฤๅษี พวกฤๅษีดื่มสุราแล้วเมา บางพวกลุกขึ้นฟ้อนรำ บางพวกขับ
ร้องจนหลับไป พอสร่างเมาพากันตื่นขึ้นมาเห็นอาการอันแปลกของพวกตน ก็เสียใจว่าไม่ควรทำ จึงพากัน
กลับไปหาอาจารย์ เล่าเรื่องนั้นให้แก่อาจารย์ฟังว่า “พวกกระผมได้พากันดื่ม ได้พากันฟ้อนรำ พากันขับ
ร้องแล้ว ก็พากันร้องไห้ เพราะดื่มสุราที่ทำให้สัญญาวปริต เห็นดีแต่ที่มิได้กลายเป็นลิงไปเสียเลย”
ิ
อาจารย์ได้สอนวา “ธรรมดานรชนที่เหินห่างจากการอยู่ร่วมกับครู ย่อมเป็นเชนนี้ได้ทั้งนั้น”
่
่
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: โทษของการดื่มสุรา เป็นเหตุให้คนทำในสิ่งที่ไม่กล้าทำได้้ ๛
ปลาขอฝน (มัจฉชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่ที่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ทรงปรารภการบันดาลให้ฝน
ตกทั่วเมือง เรื่องมีอยู่ว่า ...ในสมัยนั้น ทั่วทั้งแคว้นโกศลเกิดภัยแล้งฝนไม่ตกหลายเดือน ข้าวกล้าเหี่ยวแห้ง
สระน้ำแห้งขอดเหลือแต่โคลนตม ปลาตายเกลื่อนกลาด ฝูงนก ฝูงกาบินว่อน ชาวเมืองสาวัตถีและฝูงสัตว์
เกิดเดือดร้อนกันไปทั่ว แม้น้ำในสระวัดเชตวันก็เหือดแห้งเช่นกัน ปลากระเสือกระสนหนีตายเข้าไปใน
เปลือกตม รุ่งเช้า พระพุทธองค์ ได้ทรงตรวจดูสรรพสัตว์ ทรงเห็นความเดือดร้อนนั้นแล้ว ทรงมีพระมหา

