Page 42 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 42
34
ลูกสกาอาบยาพิษ (ลิตตชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภการบริโภคปัจจัยที่มิได้พิจารณา
เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยนั้น พวกภิกษุได้ปัจจัย 4 มีจีวรเป็นต้น ไม่ได้พิจารณาก่อนแล้วบริโภค ภิกษุเหล่านั้น
โดยมากจะไม่พ้นจากนรกและกำเนิดสัตว์เดียรัจฉาน พระพุทธองค์ จึงตรัสถึงโทษในการไม่พิจารณาปัจจัย
่
4 แล้วใช้สอนวา “ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาภิกษุ ได้รับปัจจัย 4 แล้ว ไม่พิจารณาบริโภคไม่ควรเลย
เพราะฉะนั้น จำเดิมแต่นี้ พวกเธอ ต้องพิจารณาแล้วจึงค่อยบริโภค” เมื่อทรงแสดงวิธีพิจารณาปัจจัย 4
ทรงวางแบบแผนไว้โดยนัยมีอาทิว่า “ภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึง
ใช้สอยจีวร ฯลฯ เมื่อต้องการปกปิดอวัยวะที่น่าละอาย” แล้วตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย การพิจารณาปัจจัย 4
อย่างนี้แล้วบริโภคย่อมสมควร ขึ้นชื่อว่า การไม่พิจารณาแล้วบริโภค เป็นเช่นกับบริโภคยาพิษที่ร้ายแรง
ยิ่งใหญ่ ด้วยว่า คนในครั้งก่อน ไม่พิจารณา ไม่รู้โทษ บริโภคยาพิษ ผลที่สุดต้องเสวยทุกข์ใหญ่หลวง” แล้ว
ทรงนำอดีตนิทานมาสาธกดังนี้ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนักเลงสกา ในกรุง
พาราณสี วันหนึ่ง ได้เล่นสกากับชายโกงคนหนึ่ง เมื่อเวลาตนชนะก็จะไม่ทำลายสนามเล่น พอเวลาแพ้จะ
เอาลูกสกาใส่ปากแล้วบอกว่า ลูกสกาหาย แล้วก็เลิกเล่นหนีไปเป็นประจำ พระโพธิสัตว์ จึงคิดหาวิธีแก้เผ็ด
้
ด้วยการเอาลูกสกายอมยาพิษแล้วตากให้แห้ง นำไปเล่นกับเขา พอเวลาแพ้เขาก็ทำเช่นนั้นอีก พระโพธิสัตว์
เห็นเช่นนั้น จึงกล่าวคาถาว่า “บุรุษ กลืนลูกสกา อันเคลือบด้วยยาพิษอย่างแรง ยังไม่รู้ตัว เฮ้ย เจ้านักเลง
ชั่ว เจาจงกลืนเข้าไป พิษร้ายแรงจักออกฤทธิ์แก่เจ้าในภายหลัง” ขณะที่พระโพธิสัตว์กำลังพูดอยู่นั่นแหละ
้
เขาได้ล้มลงสลบไปด้วยฤทธิ์ยาพิษ พระโพธิสัตว์จึงปรุงยาเพื่อให้เขาสำรอกออกมา ให้รอดพ้นจากความ
ตาย แล้วสั่งสอนเขาไม่ให้ทำเช่นนั้นอีก
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: จะกินจะใช้อะไร ควรพิจารณาก่อนกินก่อนใช้เสมอ ๛
ดาบสขี้โกง (กุหกชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้มักหลอกลวงรูปหนึ่ง ได้
ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี มีชฎิลโกงผู้หนึ่งเป็นดาบส
หลอกลวง อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ภายใต้การอุปถัมภ์ของพ่อค้าคนหนึ่ง เขาสร้างศาลาให้ดาบสและ
็
ปรนนิบัติด้วยอาหารอันประณีต ด้วยเชื่อว่าดาบสเปนผู้ทรงศีล จึงนำทองคำร้อยแท่งไปฝังไว้ใกล้ๆ ศาลา
ของดาบสนั้น เพื่อให้ดาบสช่วยดูแลรักษา ดาบสพูดให้เขาเกิดความสบายใจวา “ขึ้นชื่อว่าความโลภใน
่
สิ่งของผู้อื่น บรรพชิตไม่มีเลย” เวลาผ่านไปสองสามวัน ดาบสได้นำทองคำไปฝังไว้เสียที่แห่งอื่น แล้ว
่
ย้อนกลับมา ในวันรุ่งขึ้นฉันอาหารในบ้านของพ่อค้าแล้วกล่าวอำลาวา “อาตมาอาศัยท่านอยู่นานแล้ว
ความพัวพันกับกับพวกมนุษย์ย่อมมี ธรรมดาการพัวพันเป็นมลทินของบรรพชิต เพราะฉะนั้น อาตมาจะขอ
ลาไป” แม้พ่อค้าจะอ้อนวอนอย่างไร ก็จะไม่อยู่ท่าเดียว เมื่อพ่อค้าบอกว่า “ไปเถิดพระคุณเจ้า “ตามไปส่ง
จนถึงประตูบ้านแล้วกลับเข้าบ้านไป ดาบสนั้น เดินไปได้หน่อยหนึ่งแล้วก็เดินกลับมา พร้อมกับยื่นหญ้าเสน
้
หนึ่งให้แก่พ่อค้าพร้อมกล่าววา “มันติดชฎาของอาตมาไป จากชายคาเรือนของท่าน ขึ้นชื่อว่า อทินนาทาน
่
ไม่สมควรแก่บรรพชิต” พ่อค้ายิ่งเลื่อมใสเข้าใจวา “ดาบสนี้ไม่ถือเอาสิ่งของผู้อื่น แม้เพียงเส้นหญ้า โอ!
่
พระคุณเจ้าช่างเครงคัดจริง ๆ” ก็พอดีมีชายบัณฑิตคนหนึ่งไปชนบทเพื่อต้องการสิ่งของ ได้พักแรมอยู่ใน
่
บ้านพ่อค้านั้นด้วย เห็นเหตุการณ์นั้นแล้วฉุกคิดว่า “ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ๆ ที่ดาบสนี้ถือไป” จึงถาม
พ่อค้าว่า “ท่านได้ฝากอะไรไว้กับดาบสไหม ?” พ่อค้าจึงเล่าเรื่องฝากให้ดาบสดูแลหลุมฝังทองคำ 100 แท่ง
เขาจึงบอกให้พ่อค้ารีบไปตรวจเช็คดูว่าหายหรือไม่ เมื่อพ่อค้าไปตรวจดูแล้วปรากฏว่าไม่เห็นทองคำ จึงรบ
ี

