Page 47 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 47
39
ิ
พญาช้าง เพื่อของาช้างนำไปขายเลี้ยงชีพ พญาช้างก็มอบปลายงาทั้งคู่ให้ไปตามความประสงค์ พอหมดเงน
เขาก็เดินทางไปของากับพญาช้างอีกเป็นครั้งที่ 2 พญาช้างก็ให้ส่วนกลางของงา จนถึงครั้งที่ 3 เหลือแต่โคน
ุ
งา ก็ขอพญาช้างอีก พญาช้างก็มอบให้ด้วยความกรณา นายพรานได้ขึ้นเหยียบกระทืบปลายงาทั้งสอง ฉีก
ื่
เนื้อตรงสนับงาแล้วเอาเลอยตัดโคนงา สร้างความเจ็บปวดเวทนาแก่พญาช้างอย่างมาก พอนายพรานเดิน
ไปลับจักษุพญาช้างเท่านั้น แผ่นดินก็แยกออกสูบเขาจมธรณีตาย ณ ที่นั้น รุกขเทวดา ผู้สิงสถิตอยู่ในป่านั้น
ได้กล่าวคาถาว่า “คนอกตัญญูคอยจับผิดอยู่เป็นนิตย์ ถึงจะให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ทำให้เขาพึงพอใจไม่ได้”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ผู้อกตัญญูไม่รู้คุณคนแม้ฟ้าดินก็ลงโทษ ๛
การทำไม่ถูกขั้นตอน (วรุณชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระติสสเถระ บุตรพ่อค้าเมือง
สาวัตถี ผู้เกียจคร้าน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองตักกศิลา แคว้นคันธา
ระ มีอาจารย์ทิศาปาโมกข์ท่านหนึ่ง มีลูกศิษย์อยู่ประมาณ 500 คน วันหนึ่งพวกลูกศิษย์พากันเข้าป่าไปหา
ฟืน ในจำนวนนั้นมีมานพผเกียจคร้าน อยู่คนหนึ่ง ถือโอกาสที่เพื่อนเขาหักฟืน ไปปูผ้านอนหลับใต้ต้นกุ่ม
ู้
พอเพื่อนเขามัดฟืนได้แล้ว ก็หาบฟืนเดินผ่านไปใช้เท้าเตะปลุกเขาให้ตื่นขึ้น เขารีบขยี่ตา ปีนขึ้นต้นกุ่มจับได้
กิ่งไม้สดกิ่งหนึ่งก็เหนี่ยวลงมาหักเพราะนึกว่าเป็นกิ่งไม้แห้ง กิ่งไม้สดนั้นก็ดีดตาข้างหนึ่งของเขาบอด เขารีบ
รวบรวมได้ฟืนหน่อยหนึ่งแล้วก็ตามเพื่อนกลับสำนัก เย็นวันนั้น ชาวบ้านนอกมาเชิญพราหมณ์ไปประกอบ
พิธีในวันพรุ่งนี้ ขอให้พราหมณ์รับประทานข้าวเช้าก่อนไปเพราะบ้านอยู่ไกล อาจารย์จึงกำชับให้หญิงรับใช้
ตื่นต้มข้าวต้มตั้งแต่เช้าตรู่ พอถึงเวลาใกล้รุ่งหญิงรับใช้ ไปนำฟืนไม้กุ่มสดที่มานพนั้นนำมาเป็นฟืนก่อไฟ จน
ตะวันขึ้นไฟก็ไม่ติด ทำให้พวกมานพไม่ได้ทานข้าวต้ม จึงไปเล่าเรื่องต่างๆให้อาจารย์ฟัง อาจารย์จึงกล่าว
คาถาวา “งานซึ่งควรทำก่อน เขาทำทีหลัง เขาจะเดือดร้อนในภายหลัง เหมือนมานพหักไม้กุ่มเดือดร้อน
่
อยู่”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ควรทำการงานตามลำดับความสำคัญรีบด่วน ๛
คนระลึกชาติได้ (สาเกตชาดก)
่
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดอัญชนวัน เมืองสาเกต ทรงปรารภพราหมณ์ผู้หนึ่ง เรื่องมีอยู่วา
...เช้าตรู่วันหนึ่ง พระพุทธองค์ พร้อมหมู่ภิกษุสงฆ์ ได้เข้าไปบิณฑบาตในเมืองสาเกตพบพราหมณ์ผู้หนึ่งเดิน
สวนไปนอกเมือง แล้วกรูเข้ามาหมอบแทบเท้าจับข้อเท้าไว้แน่นแล้วพลางกล่าวว่า “ลูก ธรรมดาบุตร ต้อง
ปรนนิบัติมารดาบิดา ในยามแก่ชรามิใช่หรือ ทำไม ลูกจึงไม่มาเยี่ยมเราเลย ไป พ่อจะพาไปพบแม่เจ้า “
แล้วจึงนำไปเรือนของตน พระพุทธองค์ประทับนั่งเหนืออาสนะพร้อมภิกษุสงฆ์ นางพราหมณีมาหมอบแทบ
เท้าแล้วร่ำไห้คร่ำครวญเช่นกันกับพราหมณ์แล้วแนะนำให้บุตรธิดาไหว้พี่ชาย วันนั้น ครอบครัวของ
พราหมณ์ได้ถวายมหาทานแก่พระพุทธองค์และพระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ได้ตรัสชราสูตรทำให้พราหมณ์
ทั้งสองเป็นอนาคามีแล้วเสด็จกลับวัด ตอนเย็นพวกภิกษุตั้งความสงสัยว่า “ทำไม พราหมณ์ทั้งสองจึงเรียก
่
ตนเองว่า เป็นพ่อเป็นแม่ของพระตถาคต” พระพุทธองค์จึงตรัสวา “พราหมณ์เคยเป็นพ่อของเรา 500 ชาติ
เป็นอา 500 ชาติ เป็นปู่ 500 ชาติ นางพราหมณีเคยเป็นมารดาของเรา 500 ชาติ เป็นน้า 500 ชาติ เป็น
ย่า 500 ชาติติดต่อกันไม่ขาดสาย” แล้วได้ตรัสพระคาถาวา “บุคคลมีจิตใจจดจ่อและเลื่อมใสอยู่ในผู้ใด
่
บุคคลพึงคุ้นเคยสนิทสนมในผู้นั้น แม้ทั้ง ๆ ที่ ไม่เคยเห็นกันมาก่อนเลย”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คนจะเป็นญาติมิตรสหายกันเป็นเรื่องอดีตชาติแต่ปางก่อน ๛

