Page 49 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 49

41

                                                            ั
              เก้าอี้มาทีละอย่าง และใช้ตักน้ำให้เต็มตุ่ม เมื่อกำลงนั่งอยู่บนเตียงด้วยกัน พระเทวีจับสีข้างดาบสฉุดให้ก้ม
              ลงตรงหน้าพลางตรัสว่า “ท่านไม่รู้ตัวว่าเป็นสมณะหรือพราหมณ์เลยหรือ” ดาบสกลับได้สติคืนมาในเวลา

              นั้นเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านไม่รู้ตัวเอาเสียเลย เพราะอำนาจกิเลส จึงนำพระเทวีไปถวายพระราชาแล้ว
              กล่าวคาถาว่า “ครั้งก่อน เรายังไม่ได้ประสบพระนางมุทุลักขณา ความปรารถนามีอยู่อย่างเดียว ครั้นได้พบ

                                                                                              ่
              พระนาง ผู้มีเนตรแวววาวเข้าแล้ว ความปรารถนาช่วยให้เกิดความต้องการ ขึ้นหลายอยาง” ฤๅษี ได้อำลา
              พระราชากลับเข้าป่าหิมวันตะด้วยการบำเพ็ญฌานใหม่ เหาะขึ้นสู่อากาศทันที ไม่หวนกลับมาถิ่นของ
              มนุษย์อีกเลย
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อำนาจแห่งความงามกิเลสตัณหาทำให้คนตาบอด ๛


                                             ภาวะของหญิงรู้ได้ยาก (ทุรานชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภอุบาสกผู้มีภรรยาคบชู้ คนหนึ่ง ได้
              ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี ที่สำนักเรียนของอาจารย์ทิศา

              ปาโมกข์อยู่แห่งหนึ่ง มีลูกศิษย์ประมาณ 500 คน ลกศิษย์คนหนึ่งอยู่ต่างเมืองได้ภรรยาชาวเมืองพาราณสี
                                                             ู
              ภรรยาของเขามีนิสัยชั่วใฝ่ต่ำ ในวันที่ประพฤตินอกใจสามีได้จะสดชื่นร่าเริง ในวันที่ประพฤติไม่ได้จะดุร้าย

              หยาบคาย เขาไม่ทราบความประพฤติของนาง จึงเกิดเอือมระอาขุ่นข้องหมองใจ ไม่ได้ไปบำรุงอาจารย์เป็น

              เวลาหลายวัน ครั้นเวลาผ่านไป 7-8 วัน เขาจึงได้ไปที่สำนักเรียน เมื่อถูกอาจารย์ถามก็ได้เล่าสาเหตุให้
              อาจารยฟัง อาจารย์จึงกลาสอนว่า “ก็ธรรมดาผู้หญิงที่มีนิสัยชั่วช้า ถ้าวันใดประพฤตินอกใจสามีได้ จะดูสด
                     ์
                                     ่
              ชื่นแจ่มใสร่าเริง โอนอ่อนผ่อนตามสามี วันใดประพฤตินอกใจสามีไม่ได้ จะดูกระด้าง ดุร้าย หยาบคาย ไม่
                         ่
              ยอมรับนับวาเป็นสามี สภาพของหญิงรู้ได้ยาก นางจะต้องการหรือไม่ก็ตาม พึงตั้งตนเป็นกลางเข้าไว้” แล้ว
              ให้โอวาทว่า “อย่ายินดีเลยว่า นางปรารถนาเรา อยาเสียใจเลยว่า นางไม่ปรารถนาเรา สภาวะของหญิงรู้ได้
                                                             ่
              ยาก เหมือนรอยของปลาในน้ำ” อาจารย์ได้สั่งสอนเขาต่อไปอีกว่า “ผู้หญิงเป็นของทั่วไปแก่ผู้คน บัณฑิต

              จะไม่ทำความขุ่นเคืองในหญิงเลย” แล้วกล่าวเป็นคาถาวา “ขึ้นชื่อว่า หญิงทั้งหลายในโลก มีอุปมาเหมือน
                                                                  ่
              แม่น้ำ หนทาง โรงน้ำดื่ม ที่ประชุม และบ่อน้ำ บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ถือโกรธหญิงเหล่านั้น”

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่าตามใจเมียจะเสยการณ์งาน พึงตั้งตนเป็นกลางเข้าไว้ ๛
                                                    ี

                                                ลักษณะของหญิง (ตักกชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันอยากสึกเพราะหญิง

              รูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี มีฤๅษีอยู่ตนหนึ่งสร้าง
              อาศรมอยู่ริมฝงแม่น้ำคงคา มีลูกสาวของเศรษฐีตระกูลหนึ่งชื่อทุษฐกุมารี เป็นหญิงดุร้าย หยาบช้า มักด่า
                           ั่
              มักทุบตีพวกทาสคนรับใช้เสมอ วันหนึ่ง ลูกสาวของเศรษฐีและบริวารพากันไปเล่นน้ำในแม่น้ำคงคาจน
              ตะวันตกดิน ขณะนั้นได้มีลมฝนตั้งเค้าขึ้น ผู้คนพากันวิ่งหนีกลับบ้านหมด เหลือแต่ลูกสาวเศรษฐีและผู้รับ

              ใช้เท่านั้น พวกทาสรับใช้ด้วยความชิงชังในตัวลูกสาวเศรษฐีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงพากันปล่อยให้นางอยู่คน
              เดียวหนีกลับไปบ้านหมด พอถึงบ้าน เศรษฐีถามหาลูกสาว ก็ตอบว่า “นางมาก่อนพวกตนแล้ว ไม่รู้ว่านาง

              ไปไหน” พวกญาติๆ พากันออกติดตามค้นหาก็ไม่พบ ฝ่ายลูกสาวเศรษฐีถูกลมฝนพัดลอยไปตามน้ำ ร้องไห้
              เสียงดังไปทางอาศรมของฤๅษี ฤๅษีได้ยินเสียงคนร้องไห้ จึงออกไปช่วยนางขึ้นมาจากน้ำ ให้ผิงไฟ หาผลไม้

              ให้กิน และถามถึงสาเหตุที่ตกน้ำ นางจึงเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เนื่องจากมีอาศรมอยู่หลังเดียว ฤๅษีจึงให้

              นางพักในอาศรม ส่วนตนเองออกไปอยู่กลางแจ้ง เวลาผ่านไปสองสามวัน ฤๅษีจึงบอกให้นางกลับบ้าน ฝ่าย
              ลูกสาวเศรษฐีกลับคิดจะทำลายศีลของฤๅษี และพากลับไปบ้านด้วยจึงไม่ยอมกลับบ้าน ตั้งแต่วันนั้นมานาง
   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54