Page 48 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 48

40

                                                หญิงเจ้าปัญญา (อุจฉังคชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ทรงปรารภหญิงชนบทคนหนึ่ง

              ...เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง พวกโจรป่าได้ปล้นชาวบ้านแล้วนำทรัพย์สินหนีไป พวกทหารตามจับทั้งคืนจนรุ่ง
              แจ้ง ในที่ไม่ไกลจากดงมีชายอยู่ 3 คน กำลังไถนาอยู่ ทหารตามจับโจรมาถึงที่นั้น จึงจับชายทั้ง 3 คนไป

                                                                             ้
              ด้วยคิดว่า “พวกโจรปล้นแล้วมาทำทีเป็นไถนาอยู่” นำไปถวายพระเจาโกศล ลำดับนั้น มีหญิงชาวบ้านคน
                                                                                ี
              หนึ่ง ร่ำไห้มาหาพระราชา ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่มแก่นาง เดินวนเวยนตามพระราชวังไปมา พระราชา
                                                                                                       ้
              จึงรับสั่งให้พระราชทานผ้าห่มแก่นาง ทหารได้นำผ้าห่มไปให้นาง นางกลับบอกว่านางไม่ต้องการผานี้ นาง
              ต้องการผ้าห่มคือสามี พระราชาจึงรับสั่งให้นางเข้าเฝ้าแล้วตรัสถามถึงเรื่องนั้น นางจึงกราบทูลว่า “สามีชื่อ

              ว่าเป็นผ้าห่มของสตรีโดยแท้ เพราะเมื่อไม่มีสามี แม้สตรีจะนุ่งผ้าราคาเป็นแสน ก็ยังชื่อว่าเป็นหญิงเปลือย

              อยู่นั้นเอง พระเจ้าค่ะ” บัณฑิตจึงกล่าวว่า “แม่น้ำที่ไม่มีน้ำชื่อว่าเปลือย แว่นแคว้นที่ปราศจากพระราชาชื่อ
                                      ั
              ว่าเปลือย หญิงปราศจากผวถึงจะมีพี่น้องตั้ง 10 คน ก็ชื่อว่าเปลือย” พระราชาทรงเลื่อมใสนาง จึงตรัสถาม
              ว่า “ชาย 3 คนนี้เป็นอะไรกับเจ้า “นางกราบทูลว่า “คนหนึ่งเป็นสามี คนหนึ่งเป็นพี่ชาย และคนหนึ่งเป็น
              ลูกชาย พระเจ้าค่ะ” พระราชาตรัสว่า “ในชาย 3 คนนี้ ให้เจ้าเลือกเอาหนึ่งคน เจ้าจะเอาใคร” นางกราบ

              ทูลว่า “เมื่อหม่อมฉันยังมีชีวิตอยู่ สามีและบุตรต้องหาได้ แต่เพราะมารดาและบิดาของหม่อมฉันเสียชีวิต
              แล้ว พี่ชายคนเดียวหาได้ยาก ขอพระองค์พระราชทานพี่ชายแก่หม่อมฉันเถิด พระเจ้าค่ะ”

              พระราชาทรงพอพระทัย มีความยินดียิ่ง จึงทรงปล่อยคนทั้ง 3 ไป เพราะอาศัยหญิงนั้นคนเดียว
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: หญิงฉลาดย่อมเป็นที่พึ่งของครอบครัวได้ ๛


                                            อำนาจแห่งความงาม (มุทุลักขณชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภสภาวะธรรมที่ทำให้คนเศร้า
              หมอง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นฤๅษีตนหนึ่งได้อภิญญา

              บำเพ็ญเพียรอยู่ที่ป่าหิมพานต์ วันหนึ่งได้เดินทางเข้าไปพำนักในสวนหลวง ในเมองพารณสี รุ่งเช้าครองผ้า
                                                                                       ื
                                      ้
              เปลือกไม้ ห่มหนังเสือ เกลาผมทรงบริขาร เที่ยวภิกขาจารไปถึงประตูพระราชวัง พระราชาทรงเลื่อมใสจึง
              นิมนต์ให้เข้าไปฉันในพระราชวัง และนิมนต์ให้อยู่ในสวนหลวง ฤๅษีรับคำนิมนต์อยู่เป็นเวลา 16 ปี อยู่มาวัน
                                                                                                      ่
              หนึ่ง พระราชาเสด็จไปปราบกบฎแถบชายแดน จึงมอบหน้าที่ถวายภัตตาหารแก่พระมเหสีนามวามุทุ
              ลักขณา ฤๅษีมักเข้าพระราชวังตามเวลาที่ตนพอใจเป็นประจำ วันหนึ่งพระนางได้เตรียมอาหารเสร็จแล้ว

                    ่
              เข้าใจวาฤๅษีจะมาช้าจึงเอนพระกายรอที่ท้องพระโรง ขณะนั้น ฤๅษีได้เหาะมาถึงพอดี พระนางเมื่อได้ยิน
              เสียงเปลือกไม้ก็รีบเสด็จลุกขึ้น ทำให้ผ้าที่ทรงอยู่ซึ่งเป็นผ้าเนื้อเกลี้ยงหลุดลง เป็นเวลาที่พระฤๅษีเหาะเข้า
              ทางช่องพระแกลพอดีทำให้เห็นรูปกายของพระนาง อำนาจแห่งความงามเป็นเหตุให้กิเลสภายในฤๅษี

              กำเริบขึ้น ทันใดนั้น ฌานของท่านเสื่อมลงทันที หลังจากรับอาหารแล้วท่านบริโภคไม่ได้ เดินลงจาก

              ปราสาทเข้าไปสวนหลวงนอนซมไม่แตะอาหารปล่อยให้ร่างกายซูบผอมถึง 7 วัน ในวันที่ 7 พระราชาเสด็จ
              กลับมาถึงเมืองทำประทักษิณพระนครแล้ว เสด็จตรงไปหาฤๅษีทันที เห็นอาการเช่นนั้นแล้วทรงตกพระทัย

              จึงตรัสถามถึงสาเหตุ ฤๅษีได้ตอบว่าเป็นเพราะมีจิตกำหนัดในพระนางมุทุลักขณาเป็นเหตุ พระองค์ทรงยินดี
              ถวายพระนางให้แก่ฤๅษี ก่อนถึงเวลาได้สัญญาลับกับพระนางมุทุลักขณาว่า ขอให้พระนางพยายามรักษา

              ตนด้วยกำลัง พระนางได้บอกฤๅษีว่าต้องมีเรือนหลังหนึ่ง ฤๅษีขอพระราชทานจากพระราชา พระองค์มอบ
              เรือนวัจจกุฏี(ส้วม)ให้หลังหนึ่ง พระนางไม่เข้าไปด้วยความสกปรก ดาบสจึงไปนำตะกร้ามาจาก

              พระราชสำนักมาโกยสิ่งสกปรกและขยะไปทิ้ง พระนางให้ดาบสทำความสะอาดห้องแล้วไปนำเตียงมาและ
   43   44   45   46   47   48   49   50   51   52   53