Page 51 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 51
43
่
มา จนนางคิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้คงต้องการอภิรมย์กับเราเป็นแน่นอน วันหนึ่งนางจึงถามชายหนุ่มวา “เธอ
์
่
ต้องการฉันใช่ไหม” เขารับคำวา “ครับ แต่ผมเกรงกลัวอาจารย” นางพูดว่า “ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงฆ่าลูกฉัน
่
เสียสิ” เขากล่าววา “ผมเรียนหนังสือกับท่าน จะให้ฆ่าท่านได้อย่างไร” นางพูดว่า “ถ้าหากเธอไม่ทอดทิ้ง
ฉันจริง ฉันจะฆ่าเขาเอง” ธรรมดาหญิงส่วนมากไม่น่ายินดี มีลับลมคมใน ถึงจะแก่แล้วก็ยังมีกิเลสราคะ
ถึงกับคิดจะฆ่าลูกชายตนเอง ชายหนุ่มได้บอกเรื่องทุกอย่างแก่อาจารย์ อาจารย์จึงทราบว่ามารดาตนจะ
สิ้นชีวิตในวันนี้ จึงเรียกให้ลูกศิษย์ไปตัดต้นมะเดื่อมาทำเป็นรูปหุ่นเท่าตัวให้นอนในที่นอนคลุมผ้าทั่วร่าง ผูก
ราวเชือกไว้เสร็จแล้ว มอบขวานให้ลูกศิษย์นำไปมอบให้มารดา บอกว่าอาจารย์เข้านอนแล้ว นางเดินไป
ตามราวเชือกแล้วเงื้อขวานจามลงบนหุ่นไม้นั้นหวังให้ตายคาที่ พอเกิดเสียงดังกึก จึงทราบว่าฟันถูกไม้
ทันใดนั้นเองลูกชายก็โผล่มาถามว่าแม่ทำอะไร นางทราบว่าถูกหลอกแล้ว จึงล้มลงสิ้นใจตาย ณ ที่นั้น
นั่นเอง ความที่จริงถ้านางไม่เดินมาก็จะนอนตายที่ศาลาของตนเองอยู่แล้ว นางเดินมาด้วยอำนาจกิเลส
ตัณหา อาจารย์ได้ทำการเผาศพมารดาแล้วเรียกลูกศิษย์มาสอนว่า “อสาตมนต์ไม่มีดอก ขึ้นชื่อว่าหญิง
ส่วนมาก ไม่รู้จักจืดจาง มารดาของเจ้าส่งเจ้ามาเพื่อให้รู้จักโทษของหญิง บัดนี้ เจ้าเห็นโทษของมารดาเรา
่
แล้ว พึงทราบวา ผู้หญิงส่วนมากไม่รู้จักอิ่ม ชั่วช้า “แล้วให้เขากลับบ้าน เมื่อชายหนุ่มกลับไปถึงบ้าน
มารดาจึงถามวา “บัดนี้เจ้าจักบวชหรือจะครองเรือน” เขาได้ตัดสินใจออกบวชเพราะเห็นโทษของหญิง
่
ิ
และได้กล่าวคาถาว่า “ขึ้นชื่อว่า หญิงในโลกนี้ไม่นายนดี เพราะหญิงเหล่านั้นไม่มีขอบเขต มีแต่ความ
กำหนัด คะนอง เหมือนเปลวไฟไหม้ทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าพเจ้า จักละทิ้งหญิงทั้งหลายเหล่านั้น ไปบวชเพิ่มพูน
วิเวก” เพื่อความชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งขึ้นพึงทราบวา “หญิงเหล่านั้น ร้อยเล่ห์ หลอกลวง เป็นบ่อเกิดแห่ง
่
ความโศก มีเชื้อโรค เป็นตัวอุบาทว์ หยาบคาย ก่อให้เกิดความผูกพันธ์ เป็นชะนวนแห่งความตาย เป็นนาง
บังเงา ชายใด วางใจในนาง ชายนั้น จัดเป็นคนเลวในฝูงคน”
ู
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ภรรยา ทาส ช้างสาร งเห่า (คนไม่ดี) ไว้ใจไม่ได้ ๛
การทำเกินประมาณ (เภริวาทชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีต
นิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดเป็นช่างตีกลอง อาศัยอยู่
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในช่วงเทศกาลงานประจำปีในเมืองพาราณสี เขาได้ชวนลูกชายไปแสดงตีกลองเก็บเงินค่า
ดูได้จำนวนมาก ในวันสุดท้ายของวันงานจึงเดินทางกลับบ้าน ลูกชายด้วยความคะนองและดีใจที่ได้เงินมาก
จึงตีกลองไปตลอดทาง พอไปถึงดงโจรในระหว่างทาง พ่อจึงกล่าวว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าตีกลองไม่หยุดระยะ
จงตีเป็นระยะ เหมือนกลองของทหารเดินทางสิ” ลูกชายกลับพูดว่า “ผมจักไล่พวกโจรให้หนีไปด้วยเสียง
กลองนี้” แล้วยิ่งกระหน่ำตีกลอง ไม่หยุดระยะเลย ฝ่ายพวกโจรพอได้ยินเสียงกลองครั้งแรกก็คิดจะหนีไป
เพราะนึกว่ากลองทหาร พอฟังนานๆไปก็เอ๊ะใจว่าไม่ใช่ จึงซุ่มดูอยู่ข้างทางเห็นมีเพียงสองพ่อลูกเท่านั้น จึง
รุมทุบตีแย่งชิงทรัพย์เอาไปหมดสิ้น พ่อจึงกล่าวสอนลูกชายด้วยคาถาว่า “เมื่อจะตีกลองก็ตีเถิด แต่อย่าตี
เกินประมาณ เพราะการตีเกินประมาณ เป็นการเสียหายของเรา ทรัพย์ตั้งร้อยที่ได้มาเพราะการตีกลอง ได้
้
สูญเสียไป เพราะเจาตีกลองเกินประมาณ”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่าทำอะไรให้เกินประมาณเพราะจะสร้างความลำบากให้ภายหลัง ๛
ลิงเจ้าปัญญา (วานรินทชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภความพยายามเพื่อปลงพระชนม์
พระองค์ของพระเทวทัต ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญา

