Page 52 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 52

44

                                                                        ู่
              วานรตัวหนึ่ง มีรูปร่างขนาดเท่าลูกม้า มีพละกำลังมาก อาศัยอยในชายป่าแห่งหนึ่ง เที่ยวหากินอยู่บนเกาะ
              กลางแม่น้ำแห่งหนึ่งซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้นานาชนิด พญาวานรจะกระโจนจากฝั่งแม่น้ำข้างนี้ไปพัก

              ที่แผ่นหินกลางน้ำ แล้วกระโจนจากแผ่นหินไปขึ้นบนเกาะนั้นในเวลาเช้า เที่ยวหากินผลไม้ต่างๆ ในเกาะ
              นั้นในเวลากลางวัน แล้วจะกระโดดกลับทำนองเดียวกันในเวลาเย็น โดยลักษณะเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน

                                                    ู่
              ในแม่น้ำนั้น มีจระเข้ผัวเมียคู่หนึ่งอาศัยอย ได้มองเห็นลิงนั้นกระโดดข้ามไปมาทุกเช้าเย็น ในเช้าวันหนึ่ง
                                                                       ่
              จระเข้ผู้เมียเกิดแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิง จึงพูดกับสามีวา “พี่ ฉันแพ้ท้องต้องการกินหัวใจของลิงตัว
                                                            ่
              นั้น พี่จงหามาให้ฉันหน่อยนะ” จระเข้ผู้สามีกล่าววา “ได้จ้า ที่รัก เดี๋ยวพี่จะคอยจับมันที่มาจากเกาะในเย็น
              วันนี้” ฝ่ายพญาวานรเที่ยวหากินบนเกาะนั้นทั้งวัน ครั้นถึงเวลาเย็นก็มายืนอยู่ที่ชายฝั่งที่เคยกระโดดข้าม

              ทุกวัน มองเห็นความผิดปกติของแผ่นหินกลางน้ำแล้วคิดว่า “วันนี้ ทำไมแผ่นหินจึงสูงกว่าเดิม ปริมาณน้ำ

              ก็ยังเท่าเดิม เห็นทีจะมีสัตว์อะไรมานอนบนแผ่นหินนั่นกระมัง” จึงทำเป็นเรียกแผ่นหินว่า
              “หิน หิน” ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงพูดเปรยๆขึ้นว่า “หิน ทำไมวันนี้ ท่านจึงไม่ขานรับข้าพเจ้าละ” ฝ่ายจระเข้

              ที่นอนอยู่บนแผ่นหิน ได้ฟังเช่นนั้นคิดหลงกลว่า “ในวันอื่นๆ แผ่นหินนี้ คงให้คำตอบแก่ลิงเป็นแน่” จึงขาน
              รับออกไปว่า “อะไร ท่านลิง” พญาวานร” ท่านเป็นใคร ?” จระเข้” เราเป็นจระเข้” พญาวานร” ท่านมา

              นอนอยู่ที่นี่ทำไม ?” จระเข้” เพื่อต้องการหัวใจของท่าน” พญาวานร” ท่านต้องการไปทำไม ?” จระเข้
              “เมียเราแพ้ท้อง ต้องการกินหัวใจของท่าน” พญาวานรคิดว่า “เราไม่มีทางอื่น นอกจากจะลวงจระเข้ตัว

              นี้” จึงพูดว่า “จระเข้สหายรัก เราตกลงสละร่างกายให้ท่านแล้วละ เพื่อเห็นแก่ลูกน้อยของท่าน ท่านจงอ้า
                                                                         ่
              ปากไว้ เราจะกระโจนเข้าปากของท่านเอง” หลักความจริงมีอยู่วาเมื่อจระเข้อ้าปาก ตาทั้ง 2 ข้างก็จะหลับ
              จระเข้ไม่ทันคิดถึงเหตุนี้ จึงอ้าปากคอย พญาวานรจึงกระโดดเหยียบหัวจระเข้กระโดดข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม
              อย่างรวดเร็ว จระเข้พอคิดได้ว่าหลงกลพญาวานรก็สายเสยแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาว่า “พญาวานร ผใดมี
                                                                  ี
                                                                                                         ู้
              ธรรม 4 ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ และจาคะ เช่นกับท่าน ผู้นั้น ย่อมครอบงำศัตรูที่ตนพบเห็นได้”

              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ผู้มีปัญญาสามารถเอาชีวิตรอดได้ด้วยสติปัญญาของตน ๛

                                              ประโยชน์ของฤกษ์ (นักขัตตชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภเรื่องประโยชน์ของฤกษ์ เรื่องมีอยู่
              ว่า วันหนึ่ง มีชาวบ้านนอกคนหนึ่ง ไปขอสาวในเมืองสาวัตถีให้ลูกชายของตน พร้อมกำหนดนัดวันแต่งงาน

              ไว้แล้ว ครั้นถึงวันแต่งานได้ไปสอบถามฤกษ์กับนักบวชอาชีวกว่าดีหรือไม่ นักบวชอาชีวกโกรธที่เขาไม่ได้มา

              ปรึกษาก่อนในคราวแรกจึงพูดว่า “วันนี้ฤกษ์ไม่ดี ท่านอย่ากระทำการมงคลใดๆ ขืนทำลงไปจะเกิดความ
              พินาศ” พวกเขาพากันเชื่ออาชีวกจึงไม่ได้ไปรับตัวเจ้าสาวในวันนั้น ฝ่ายชาวเมืองสาวัตถีได้จัดเตรียมงาน
                                                             ั
              มงคลไว้พร้อมเพรียงแล้ว แต่ไม่เห็นพวกเจ้าบ่าวมารบเจ้าสาวสักที จึงตกลงกันว่า “พวกนั้น กำหนดนัด
                                                             ็
              วันนี้แล้วกลับไม่เห็นมา งานของพวกเราก็ใกล้จะเสรจแล้ว พวกเราจะยกลูกสาวให้คนอื่นไปเสีย” จึงได้จัด
              งานแต่งงานด้วยมงคลที่ได้เตรียมไว้แล้วนั้น ในวันรุ่งขึ้นพวกบ้านนอกที่ขอไว้ก็มาถึง ทันทีที่เห็นหน้ากัน
              พวกชาวเมืองก็พากันด่าพวกบ้านนอกว่า “พวกท่านสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นคนบ้านนอก ขาดความเป็นผู้ดี

              กำหนดนัดวันไว้แล้ว กลับไม่มาตามนัด เชิญกลับไปตามทางที่มานั้นแหละ พวกเรายกเจ้าสาวให้คนอื่นไป
              แล้วละ” พวกชาวบ้านนอกจึงทะเลาะกับชาวเมืองด้วยเหตุอันนี้ เรื่องที่อาชีวกทำลายงานมงคลของผู้คน

              เป็นที่ทราบกันไปทั่ว แม้กระทั่งภิกษุในวัด ในเย็นของวันหนึ่ง พวกภิกษุประชุมกันในธรรมสภาถามเรื่อง
              ประโยชน์ของฤกษ์แก่พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงตรัสเป็นพระคาถาว่า “ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลาที่

                                  ู่
              มัวรอคอยฤกษ์ยามอย ประโยชน์นั่นแหละเป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวทั้งหลายจักทำอะไรได้”
   47   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57