Page 50 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 50

42

                                                                                               ู่
              จึงแสดงมายาหญิงยั่วยวนจนฤๅษีเสียศีลเสื่อมฌานในอีกสองวันต่อมา ดาบสได้ชวนเธออยในป่า นางไม่ยอม
              จะไปอยู่ในหมู่บ้าน จึงชวนกันไปอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งทำการค้าขายเลี้ยงชีพ เพราะดาบสขายเปรียง

              (น้ำมันชนิดหนึ่ง)เลี้ยงชีพ ชาวบ้านจึงเรียกเขาว่า ตักกบัณฑิต วันหนึ่ง มีโจรป่ากลุ่มหนึ่ง ลงจากเขามาปล้น
              หมู่บ้านได้จับเอาตัวลูกสาวเศรษฐีขึ้นเขาไปด้วย หัวหน้าโจรพอใจในตัวนางจึงแต่งนางเป็นภรรยา ฝ่ายตักก

              บัณฑิตด้วยความรักในภรรยาจึงคอยนางอยู่ที่บ้าน หวังว่าวันหนึ่งโจรจะปล่อยนางลงมา ส่วนลูกสาวเศรษฐี

              มีความสุขอยู่กับโจรกลัววาตักกบัณฑิตจะมานำนางกลับไปจึงวางแผนฆ่าเขา ด้วยการส่งคนไปบอกตักก
                                     ่
              บัณฑิตขึ้นมารับนางกลับบ้าน ในขณะที่พวกโจรไม่อยู่บ้าน พอตักกบัณฑิตมารับนางก็เหนี่ยวรั้งเอาไว้ให้ถึง
              กลางคืนแล้วค่อยหนีไปด้วยกัน จึงให้ตักกบัณฑิตขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในยุ้งข้าว พอตกเย็นหัวหน้าโจรกลับมาถึง

              บ้านด้วยอาการเมา นางจึงบอกเขาว่า “พี่ ศัตรูของพี่ แอบซ่อนตัวอยู่ในยุ้งข้าวนี้เอง” หัวหน้าโจรจึงถือเอา

              ดาบเดินไปที่ยุ้งข้าว ชกตักกบัณฑิตล้มลงเตะต่อยจนหนำใจ ส่วนตักกบัณฑิตขณะที่ถูกเตะถูกต่อยได้แต่พูด
              ว่า “ขี้โกรธ อกตัญญู ชอบส่อเสียดประทุษร้ายมิตร” อย่างเดียวเท่านั้น มิได้พูดอย่างอื่น โจรจับเขามัดไว้

              แล้วกินข้าวเย็นเสร็จก็เข้านอน ตื่นเช้าขึ้นมาสร่างเมา ก็เริ่มเตะ ต่อยและโบยตักกบัณฑิตอีก เขาก็กล่าว
                                              ่
              เพียง 4 คำนั้น โจรแปลกใจจึงถามวา “ท่านพูดอะไร ไม่เห็นพูดอย่างอื่น” ตักกบัณฑิต จึงเล่าเรื่องราวต่างๆ
              ให้โจรฟัง โจรจึงคิดว่า “นางคนนี้ชั่วรายนัก ชายคนนี้มีคุณธรรม นางยังคิดจะฆ่าเสีย ถึงตัวเรา วันหนึ่งนาง
                                                                              ั
              ก็ต้องฆ่า “จึงตัดสินใจฆ่านาง ด้วยการเดินไปปลุกลูกสาวเศรษฐีให้มาจบมือตักกบัณฑิตไว้ ชักดาบออกทำที
              ว่าจะฟันตักกบัณฑิตกลับฟันนางตายคาที่ สวนโจรและตักกบัณฑิตตัดสินใจบวชเป็นฤๅษีต่อไป พระพุทธ
                                                      ่
                                                           ่
              องค์ ได้ตรัสเล่าอดีตนิทานแล้ว จึงตรัสพระคาถาวา “ธรรมดาหญิงมีนิสัยมักโกรธ อกตัญญู มักพูดส่อเสียด
              ชอบทำลายมิตร ภิกษุ เธอจงประพฤติพรหมจรรย์เถิด จักไม่เสื่อมจากสุข”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน แม้กระทั่งภรรยา ๛


                                              มนต์มายาหญิง (อสาตมันตชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้กระสันปั่นป่วนเพราะหญิง
              รูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสีมีพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง

              ได้จุดไฟตั้งไว้ตั้งแต่วันลูกชายเกิดไม่ให้ดับเป็นเวลา 16 ปีแล้ว วันหนึ่ง มารดาเรียกลูกชายมาบอกว่า “ลูก
              รัก แม่ได้จุดไฟตั้งไว้ในวันที่ลูกเกิดเรื่อยมา ถ้าหากเจ้าประสงค์จะไปพรหมโลก จงเข้าป่าบูชาพระอัคนิเทพ

                                                 ี
              เจ้าเถิด ถ้าอยากจะครองเรือน จงไปเรยนศิลปวิทยากับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ณ เมืองตักกสิลาเถิด” ลูก
                                     ี
              ชายตัดสินใจเดินทางไปเรยนที่เมืองตักกสิลาจนสำเร็จแล้วกลับมาบ้าน ส่วนมารดาไม่อยากจะให้ลูกชาย
              ครองเรือน อยากจะแสดงโทษของสตรีหวังให้ลูกชายออกบวช จึงส่งลูกชายให้กลับไปเรียนอสาตมนต์ที่
              สำนักของอาจารย์ ณ เมืองตักกสิลาอีก ที่สำนักเรยนเมืองตักกสิลา อาจารย์มีมารดาผู้แก่ชรามีอายุได้ 120
                                                           ี
              ปีอยู่คนหนึ่ง ท่านจะเป็นผู้ปรนนิบัติมารดาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ป้อนข้าว ป้อนน้ำตลอดมา

              ผู้คนชาวเมืองจึงรังเกลียดท่าน ท่านจึงได้พามารดา เข้าไปอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นลูกศิษย์กลับมา
                                      ่
              หาอีกครั้ง อาจารย์ทราบวา ต้องการจะมาเรียนอสาตมนต์ จึงเข้าใจเจตนาของมารดาของเขา ตั้งแต่วันนั้น
                                                                                                ่
              เป็นต้นมา อาจารย์จึงมอบหน้าที่ปรนนิบัติมารดาผู้ชราให้แก่ลูกศิษย์ไป พร้อมกับสั่งสอนวา “เจ้าจงอาบน้ำ
              ป้อนข้าว ป้อนน้ำ มารดาของเรา ปรนนิบัติด้วยการนวดมือ เท้า ศีรษะและหลังของท่าน พร้อมกับพูดยก

              ย่องคำหวานเป็นต้นว่า คุณแม่ครับ ถึงจะแก่เฒ่าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ยังดูกระชุ่มกระชวยอยู่เลย สมัย
              เป็นสาวคุณแม่คงจะสวยสะคราญหาที่เปรียบไม่ได้ ถ้าหากมารดาของเราพูดอะไรกับเจ้า ต้องบอกให้เรา

              ทราบทั้งหมดห้ามปิดบัง เจ้าทำเช่นนี้ถึงจะได้อสาตมนต์” เขาได้ปรนนิบัติมารดาของอาจารย์เช่นนั้นตลอด
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55