Page 53 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 53

45


              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: จะทำกิจการใดๆ ไม่ควรคอยฤกษ์ยาม ๛


                                               อาจารย์ขมังเวทย์ (เวทัพพชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีต
                                                                                 ์
              นิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี มีพราหมณผู้รู้มนต์คนหนึ่งชื่อเวทัพพะ
              สามารถร่ายมนต์เรียกฝนเงิน ฝนทองให้ตกลงมาได้ พราหมณ์มีลูกศิษย์อยู่คนหนึ่ง วันหนึ่งอาจารย์และลูก
              ศิษย์ได้เดินทางไปทำธุระที่แคว้นเจตี พอไปถึงป่าในระหว่างทางถูกโจรจับเรียกค่าไถ่ ทำเนียมของโจรพวกนี้

              คือเมื่อจับผู้คนได้แล้ว ถ้าเป็นแม่กับลูกสาวจะปล่อยแม่ไป ถ้าเป็นพี่กับน้องจะปล่อยพี่ไป ถ้าเป็นอาจารย์
                                                                                                 ่
              กับลูกศิษย์ จะปล่อยลูกศิษย์ไป ลูกศิษย์ก่อนแต่จะออกเดินทางไป ได้กระซิบเตือนอาจารย์วา “อาจารย์
              ครับ ผมจะไปสักสองสามวันเท่านั้น อาจารย์อย่าได้หวั่นไปเลย และวันนี้จะมีฤกษ์ดี ท่านอย่าได้ไร้ความ
              อดทน ร่ายมนต์ให้ฝนเงินฝนทองตกลงมาเป็นอันขาด เพราะพวกโจรจักฆ่าท่านเสีย” ฝ่ายพวกโจร พอ

              อาทิตย์ตกดินก็จับมัดพราหมณ์ให้นอนอยู่ ขณะนั้น พระจันทร์เต็มดวงก็โผล่ขึ้น พราหมณ์ เห็นเช่นนั้นก็คิด
                                                                                                        ่
              ได้ว่า “ฤกษ์ที่จะทำให้ฝนเงินฝนทองตกลงมามีแล้ว เราจะมานอนทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้ทำไม รายมนต์
              เรียกฝนเงินฝนทองตกลงมามอบทรัพย์ให้โจรแล้ว ให้พวกมันปล่อยเราไปจะดีกว่า “จึงเรียกโจรมาบอกให       ้

              ปล่อยตนแล้ว นั่งประกอบพิธีร่ายมนต์แหงนดูดาวเรยกฝนเงินฝนทองให้ตกลงมา พวกโจรพากันเก็บ
                                                             ี
              รวบรวมทรัพย์ใส่ห่อผ้าแบกหนีไป ฝ่ายพราหมณ์ก็เดินตามไปข้างหลัง ขณะนั้น ได้มีโจรอีกกลุ่มหนึ่งพากัน

              จับโจรพวกที่หนึ่งไว้ โจรกลุ่มที่หนึ่งจึงบอกให้จับพราหมณ์ที่เดินตามหลังมา เพราะทรัพย์นี้พราหมณ์เป็น
              ผู้เรียกมาให้ จะเอามากเท่าใดก็ได้ พวกโจรกลุ่มนั้นจึงปล่อยโจรกลุ่มที่หนึ่งไป จับพราหมณ์แล้วบังคับให้

              เรียกฝนเงินฝนทองตกลงมาให้ พอได้ยินพราหมณ์ตอบว่าไม่สามารถเรียกฝนเงินฝนทองได้อีก ปีหนึ่ง
              สามารถเรียกได้ครั้งเดียวเท่านั้น ต้องรอจนถึงปีหน้า ด้วยความโกรธหัวหน้าโจรจึงฟันพราหมณ์ตายคาที่

              แล้วรีบติดตามโจรกลุ่มที่หนึ่งไป ทำการชิงทรัพย์และฆ่าโจรกลุ่มที่หนึ่งตายหมดสิ้น ในระหว่างที่เก็บ
              รวบรวมทรัพย์อยู่นั้นพวกโจรเกิดแตกคอกันเรื่องการแบ่งทรัพย์ จึงเกิดการต่อสู่กันเองจนในที่สุดเหลือโจร

              เพียง 2 คนเท่านั้น โจรทั้ง 2 คน ได้นำเอาทรัพย์ไปซ่อนไว้ในป่าใกล้หมู่บานแห่งหนึ่ง ด้วยความหิวจึงให้โจร
                                                                                ้
                                                                                      ็
              คนหนึ่งนั่งเฝ้าทรัพย์ไว้ อีกคนเข้าไปหาอาหารในหมู่บ้าน” ธรรมดาความโลภเปนต้นเหตุแห่งความพินาศ”
              โจรที่นั่งเฝ้าทรัพย์ก็คิดด้วยความโลภว่า “ถ้ามีมัน ก็ต้องแบ่งทรัพย์เป็นสองสวน พอมันมาถึง เราจะฆ่ามัน
                                                                                   ่
              ด้วยการฟันครั้งเดียว” ฝ่ายโจรอีกคนก็คิดเช่นเดียวกัน พอได้อาหารแล้วก็รีบกินเสียก่อน ส่วนที่เหลือก็ใส่
              ยาพิษไว้ ถือเดินไปหาโจรที่เฝ้าทรัพย์ พอก้มลงวางอาหารเท่านั้นก็ถูกฟันตายคาที่ โจรนั้นได้นำศพเพื่อนไป
              ทิ้งแล้วกลับมากินอาหาร ตนเองก็เสียชีวิตในที่นั้นนั่นเอง คนทั้งหมดได้ถึงความพินาศเพราะอาศัยทรัพยนั้น
                                                                                                            ์
              ด้วยประการฉะนี้ สองสามวันต่อมา ลูกศิษย์ได้ถือเอาทรัพย์กลับมาแล้วไม่พบอาจารย์ในที่นั้น เห็นแต่

              ทรัพย์กระจัดกระจายอยู่ จึงทราบเหตุการณ์ เดินผ่านไปเห็นอาจารย์นอนตายอยู่ และซากศพโจรอีก
              จำนวนหนึ่ง จึงกล่าวเป็นคาถาว่า “ผู้ใด ปรารถนาประโยชน์ โดยอุบายอันไม่แยบยล ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อน

              เหมือนโจรชาวแคว้นเจตะ ฆ่าพราหมณ์เวทัพพะเสียแล้ว ก็พลอยถึงความพินาศทั้งหมด”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ความโลภเป็นหนทางแห่งความฉิบหาย ๛


                                                   ลิงโง่ (อารามทูสกชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภคนประทุษร้ายอุทยาน ใน
              หมู่บ้านโกศลตำบลหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสีมีงาน
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58