Page 54 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 54
46
เทศกาลประจำปี ชาวเมืองต่างก็สนุกสนานรื่นเริง ในพระราชอุทยานมีลิงอาศัยอยู่ฝูงหนึ่ง คนเฝ้าสวนหลวง
อยากจะไปเที่ยวงานประจำปีกับเขาด้วย จึงเข้าไปหาฝูงลิงแล้วพูดกับลิงหัวหน้าฝูงวา “เจาลิง สวนหลวงนี้
่
้
มีอุปการะคุณแก่พวกเจ้ามาก พวกเจ้าได้ขบเคี้ยวดอก ผลและใบอ่อนของต้นไม้ในสวนหลวงนี้ บัดนี้ ใน
้
เมืองมีงานเทศกาลประจำปี เราอยากจะไปเที่ยวบาง เราอยากจะวานให้พวกเจ้าช่วยรดน้ำต้นไม้ ที่กำลัง
้
ปลูกใหม่ในสวนนี้ แทนเราจะได้ไหม ?” ลิงรับวาได้ คนเฝาสวนหลวงก่อนจะเข้าไปเที่ยวในเมือง กำชับว่า
่
“พวกท่านอย่าประมาทนะ” แล้วมอบอุปกรณ์ตักน้ำให้แก่พวกลิง ลิงตัวหัวหน้าฝูง ได้กล่าวกะพวกลิงผู้
ถือเอาอุปกรณ์ตักน้ำเตรียมพร้อมที่จะรดน้ำต้นไม้ว่า “ท่านทั้งหลาย ธรรมดาน้ำเป็นของหายาก พวกท่าน
เมื่อจะรดน้ำต้นไม้ พึงรดตามความต้องการของต้นไม้ ด้วยการถอนต้นไม้ขึ้นมาดู ต้นไหนรากยาวก็จงรดน้ำ
ให้มากๆ ต้นไหนรากสั้นก็จงรดน้ำให้แต่น้อย” พวกลิงรับคำแล้วก็ทำตามนั้น สร้างความเสียหายแก้ต้นไม้
เป็นจำนวนมาก ในขณะนั้น ได้มีชายบัณฑิตคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้า จึงถามความนั้นแก่ฝูงลิง พวกลิงจึง
บอกว่าหัวหน้าให้ทำเช่นนั้น เขาจึงคิดว่า “โอ! เจ้าลิงโง่ ช่างไม่ฉลาดเสียเลย คิดจะทำประโยชน์ แต่กลับทำ
ความฉิบหายเสียนี่” แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า “ผู้ไม่ฉลาดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถึงจะบำเพ็ญประโยชน์ ก็ไม่
สามารถ จะนำความสุขมาได้เลย คนมีปัญญาทรามทำประโยชน์ให้เสียหาย เหมือนลิงเฝ้าสวน”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คนโง่มักทำความฉิบหายให้ มากกว่าประโยชน์ ๛
ฆ่ายุง (มกสชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จจาริกไปในหมู่ชนชาวมคธ ทรงปรารภพวกชาวบ้านที่เป็นคนพาลใน
หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่ง
ไปค้าขายที่แคว้นกาสี ในระหว่างทำการค้าขายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้เห็นนายช่างไม้หัวล้านคนหนึ่งกำลัง
ถากไม้อยู่ ในขณะนั้นยุงได้มาจับที่หัวของเขา เขาจึงเรียกลูกชายที่นั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ ว่า “ไอ้หนู ยุงมันกัดหัว
พ่อ เจ้าจงฆ่ามันเสีย” ลูกบอกว่า “พ่อ อยู่นิ่งๆนะ ผมจะฆ่ามัน ด้วยการตบครั้งเดียว” พูดพลางก็เงื้อขวาน
เล่มใหญ่อันคมกริบ ยืนอยข้างหลังพ่อ แล้วฟันลงบนหัวพ่ออย่างเต็มเหนี่ยว ด้วยคิดว่าจะฆ่ายุง นายช่างไม้
ู่
ได้ถึงแก่ความตายในที่นั้นเอง พ่อค้าเห็นเหตุการณ์นั้นแล้ว จึงกล่าวเป็นคาถาว่า “ศัตรูผู้มีความรู้ประเสริฐ
กว่า ส่วนมิตรผู้ไร้ปัญญาไม่ประเสริฐเลย เพราะลูกชายผู้โง่เขลา คิดว่า จักฆายง กลับผ่าหัวของพ่อเสีย”
ุ
่
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ผู้ไม่มีปัญญา มักนำความฉิบหายมาให้ ๛
นกกระยางเจ้าเล่ห์ (พกชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้ล่อลวงถือเอาผ้าจีวรรูปหนึ่ง ได้ตรัส
อดีตนิทานมาสาธกว่า ...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่สระน้ำแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใหญ่มากนัก มีปลาอาศัยอยู่มาก
ในฤดูร้อน น้ำในสระจะลดน้อยลงจนเกือบแห้งขอด ทำให้ปลาอยู่อย่างลำบาก ในที่ไม่ไกลจากสระนี้ มีนก
กระยางอยู่ตัวหนึ่ง เห็นปลามีอยู่จำนวนมาก จึงคิดหาอุบายลวงกินปลาขึ้นมาได้อย่างหนึ่งแล้วไปยืนอยู่ที่
ริมสระน้ำนั้น ทำทีเป็นเศราสร้อยหงอยเหงา ยืนเซื่องซึมอยู่ ปลาเห็นนกกระยางเป็นเช่นนั้นจึงถามว่า
้
“ท่านเป็นอะไร ถึงดูซึมเศร้าไป” นกกระยางจึงบอกว่า “เรากำลังสลดใจ สงสารพวกท่าน ที่น้ำในสระนี้มี
น้อย มีที่เที่ยวน้อยและความร้อนมีมาก ในที่ไม่ไกลจากนี้ มีสระใหญ่อยู่สระหนึ่งทั้งลึก มีน้ำมากและมี
ดอกบัวเต็มสระ ถ้าพวกท่านไว้ใจเราๆ จะอาสาพาพวกท่านไปด้วยจงอยปาก คาบพวกท่านไปทีละตัว”
ปลากล่าวว่า “เจ้านาย ไม่เคยได้ยินว่า นกกระยางคิดดีต่อปลาเลย ท่านต้องการกินปลาทีละตัวมากกว่า
พวกเราไม่เชื่อท่าน” นกกระยางกล่าวว่า “ถ้าพวกท่านไม่เชื่อเรา พวกเจ้าจงส่งปลาตัวหนึ่งไปดูสระน้ำ
พร้อมกับเราซิ” ปลาจึงคัดเลือกได้ปลาดำใหญ่ตัวหนึ่ง ที่มีความสามารถทั้งทางน้ำและทางบก เป็นตัวแทน

