Page 57 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 57

49

                                                ่
              ทำงานภาระกิจการของพ่อค้าเป็นอยางดี และในบ้านนั้นยังมีหมูตัวหนึ่งชื่อมุณิกะ พ่อค้ามีลูกสาวอยู่คน
              หนึ่ง ซึ่งมีกำหนดจะเข้าพิธีวิวาห์ในอีกหลายเดือนข้างหน้า พวกเขาจึงให้อาหารบำรุงหมูเพื่อให้เจริญเติบโต

                            ์
              ทันวันงานวิวาห เจ้าโคหนุ่มจูฬโลหิตเห็นเช่นนั้น เกิดความน้อยใจ จึงถามพี่ชายว่า “ธุระการงานในตระกูล
              ดำเนินการไปได้ด้วยอาศัยเราสองพี่น้อง ผู้คนให้เพียงหญ้าและใบไม้เท่านั้น กลับไปบำรุงหมูผู้ไม่ได้ทำอะไร

                                        ่
              เลย ทำไม ?” ผู้พี่ชายกล่าววา “เจาอย่าไปริษยาอาหารของหมูเลย เพราะหมูกำลังบริโภคอาหารเป็นเหตุ
                                             ้
              ตายในวันวิวาห์ของลูกสาวพ่อค้า “แล้วกล่าวเป็นคาถาวา “เธออย่าริษยาหมูมุณิกะเลย มันกินอาหารอัน
                                                                 ่
              เป็นเหตุให้เดือดร้อน เธอจงเป็นผู้ขวนขวายน้อย กินแต่แกลบเถิด นี่เป็นลักษณะแห่งความเป็นผู้มีอายุยืน”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ไม่ควรกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์แก่ร่างกาย ๛


                                                การเสี้ยมสอน (มหิลามุขชาดก)

              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ ทรงปรารภพระเทวทัตผู้ทุศีล ได้ตรัสอดีต
              นิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ของพระเจ้าพรหมทัต ในเมือง

              พาราณสี มีช้างมงคลตัวหนึ่งนามว่า มหิลามุข เป็นช้างมีศีล มีอาจาระมารยาทงาม ไม่เบียดเบียนใครๆ
              ต่อมาในคืนหนึ่ง พวกโจรได้ไปปรึกษาวางแผนการปล้นที่ใกล้โรงช้างนั้น คุยกันว่าจะทำลายอุโมงค์อย่างไร

              จะลักสิ่งของอย่างไร ฆาเจ้าของแล้วจึงลักขโมย โจรต้องเป็นคนกักขฬะ หยาบช้า ป่าเถื่อน เป็นต้น พวก
                                   ่
              โจรได้ปรึกษากันเช่นนี้หลายคืน ช้างได้ฟังทุกคืน เข้าใจว่า “พวกโจรสอนให้ตนเป็นผู้กักขฬะ หยาบช้า ป่า
              เถื่อน” เช้าตรู่วันหนึ่ง จึงเอางวงจับคนเลี้ยงช้างฟาดพื้นดินให้ตายไปหลายคน พวกทหารได้กราบทูลเหตุ

              นั้นแด่พระราชา พระองค์ทรงรับสั่งให้อำมาตย์เข้าเฝา และให้ไปตรวจดูช้างว่า เป็นเพราะเหตุไร อำมาตย์
                                                              ้
              ไปตรวจดูแล้วพบว่าช้างปกติดี ไม่เป็นโรคอะไร จึงคิดว่าเหตุที่ช้างดุร้าย อาจได้รับฟังคำของใครๆในที่ไม่

              ไกล จึงถามคนเลี้ยงช้างว่า “พวกท่านพบเห็นอะไรผิดสังเกตหรือไม่” พวกคนเลี้ยงช้างแจ้งให้ทราบว่า
              “เห็นพวกโจรมาปรึกษากันใกล้โรงช้างหลายคืนแล้วละครับท่าน” อำมาตย์จึงไปกราบทูลพระราชาวา
                                                                                                         ่
              “ช้างมหิลามุขเป็นปกติดี เหตุที่ช้างดุร้ายเป็นเพราะได้รับฟังคำของพวกโจร พ่ะย่ะค่ะ ต่อแต่นี้ให้นิมนต์พระ
                                                                                      ิ
              ผู้มีศีลมากล่าวถึงศีลและอาจาระมารยาทอันงามในที่ใกล้โรงช้างนั้น ช้างก็จะเลกดุร้าย พะย่ะค่ะ”
                        ั
              พระราชารบสั่งให้กระทำเช่นนั้น ผ่านไปสองสามวันเท่านั้น ช้างมหิลามุขก็กลับมาเป็นช้างที่มีศีลธรรมปกติ
              เหมือนเดิม พระราชาทราบความนี้แล้วจึงตรัสเป็นคาถาว่า “พญาช้างชื่อมหิลามุข ได้เที่ยวทำร้ายคน

              เพราะได้ฟังคำของพวกโจรมาก่อน พญามงคลหัตถี ได้ตั้งอยู่ในคุณธรรมทั้งปวง ก็เพราะได้ฟังคำของ

              นักบวชผู้สำรวมดีแล้ว”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คนจะดีหรือเลวสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ๛

                                               กวางเจ้าปัญญา (กุรุงคมิคชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ ทรงปรารภพระเทวทัตผู้ตะเกียกตะกาย

              เพื่อจะปลงพระชนม์ของพระองค์ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกวางตัวหนึ่ง
              หากินผลมะรื่นในป่าแห่งหนึ่ง มีพรานชาวบ้านคนหนึ่ง มีอาชีพล่าเนื้อขาย ด้วยการผูกห้างบนต้นไม้มะรื่น

              ซัดหอกฆ่ากวางที่มากินผลมะรื่นนั้นเป็นประจำทุกวัน ในวันหนึ่ง กวางเจ้าปัญญานั้น มากินผลมะรื่นตั้งแต่
              เช้าตรู่ แต่ไม่ได้ผลุนผลันเข้าไปที่โคนต้นมะรื่นนั้นเลยทีเดียว ด้วยคิดว่าอาจจะมีพรานนั่งห้างอยู่บนต้นไม้

              นั้นก็ได้ จึงได้ยืนพิจารณาอยู่ภายนอก ฝ่ายนายพรานเมื่อเห็นกวางไม่เข้ามา จึงโยนผลมะรื่นให้ตกลง

              ข้างหน้ากวางนั้น หวังล่อให้กวางเข้าไป ฝ่ายกวางเหนเช่นนั้นจึงคิดว่า “ข้างบนต้นไม้ต้องมีนายพรานอยู่
                                                             ็
              อย่างแน่นอน เพราะลมไม่มี แล้วทำไมผลมะรื่นจึงมาตกที่หน้าของเราได้” จึงแหงนไปดูบนต้นไม้ เหลือบไป
   52   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62