Page 58 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 58
50
ู
เห็นนายพรานบนต้นไม้ แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วจึงพดขึ้นว่า “ต้นมะรื่นเอ๋ย เมื่อก่อนท่านให้ผลตกลงตรงๆ
แต่บัดนี้ ท่านละทิ้งรุกขธรรมเสียแล้ว เราจะไปยังต้นไม้อื่นแสวงหาอาหารของเรา “แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า
“แน่ะไม้มะรื่น การที่ท่านปล่อยผลมะรื่นให้หล่นกลิ้งมานั้น เราผู้เป็นกวางรู้แล้ว เราจะไปสู่ต้นมะรื่นต้นอื่น
เพราะเราไม่ชอบใจผลของท่าน” ฝ่ายนายพรานที่นั่งอยู่บนห้างนั้น ได้พุ่งหอกไปยังกวางนั้นอย่างสุดแรง
หวังฆ่ากวางนั้นให้ตาย แต่หอกนั้นพลาดเป้าเพราะอยู่ไกลเกินไป กวางได้วิ่งหนีเข้าชายป่าไปด้วยความ
ปลอดภัย
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ผู้มีปัญญาใคร่ครวญแล้วจึงทำ ๛
การเปลื้องตน (อายาจิตภัตตชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภประโยชน์การทำพลีกรรมอ้อน
วอนแก่เทวดา เรื่องมีอยู่ว่า สมัยนั้น มนุษย์ส่วนมาก เมื่อจะไปค้าขายหรือทำงานต่างประเทศ มักจะฆ่าสัตว์
ทำพลีกรรมแก่เทวดา ปรารถนาความสำเร็จประโยชน์โดยไม่ให้ขัดข้องอยู่เสมอๆ และเมื่อกลับมาถึงบ้าน
โดยความปลอดภัยแล้ว เข้าใจว่า เป็นผลที่เกิดจากอานุภาพของเทวดา จึงฆ่าสัตว์เป็นอันมากทำพลีกรรม
์
เพื่อปลดเปลื้องการอ้อนวอนของตนนั้น พวกภิกษุเห็นเหตุการณเช่นนี้แล้ว จึงทูลถามพระพุทธองค์ว่า
“ประโยชน์ของการอ้อนวอนและทำพลีกรรมนี้มีอยู่หรือ ?” พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า
...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในแคว้นกาสี มีพ่อค้าคนหนึ่ง เมื่อจะออกจากบ้านไปทำการค้าขาย ได้ไปบน
บานศาลกล่าวแก่เทวดาที่ต้นไทร ใกล้ประตูบ้านว่า “สาธุ…ทวยเทพทั้งหลาย หากข้าพเจ้าไปค้าขายได้กำไร
ั
กลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ข้าพเจ้าจักทำการฆาสัตว์ทำพลีกรรมบูชา “หลายวนต่อมาเมื่อเขากลับมาถึง
่
บ้านโดยไม่มีอันตรายแล้ว จึงได้ทำการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก เพื่อทำพลีกรรมเปลื้องคำอ้อนวอนนั้น
รุกขเทวดาที่ต้นไทรนั้น จึงกล่าวคาถาว่า “ถ้าท่านปรารถนาจะเปลื้องตนให้พ้น ท่านละโลกนี้ไปแล้วก็จะ
พ้นได้ ก็ท่านเปลื้องตนอยู่อย่างนี้ กลับจะติดหนักเข้า เพราะนักปราชญ์หาได้เปลื้องตน ด้วยอาการอยางนี้
่
ไม่ การเปลื้องตนอย่างนี้ เป็นเครื่องติดของคนพาล”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: การทำพลีกรรมด้วยการฆ่าสัตว์บูชา ไม่มีประโยชน์ ๛
แพะรับบาป (มตกภัตตชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภมตกภัต ได้ตรัสอดีตนิทานมา
้
สาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมืองพาราณสี สมัยพระเจาพรหมทัต มีพราหมณ์ทิศาปาโมกข์ผู้หนึ่ง
คิดจะทำมตกภัต (อุทิศคนตาย) จึงให้ลูกศิษย์จับแพะตัวหนึ่งไปอาบน้ำและประดับดอกไม้ แพะพอถูกลูก
ศิษย์จูงไปที่ท่าน้ำ ก็ทราบถึงวาระสุดท้ายชีวิตของตนมาถึงแล้วอันเนื่องจากกรรมเก่า จึงเกิดความโสมนัส
ได้หัวเราะออกมาเสียงดัง และคิดเวทนาสงสารพราหมณ์ที่จะได้รับความทุกข์โศก จึงร้องไห้ออกมา แพะ
แสดงอาการเดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวร้องไห้ออกมา ทำให้พวกลูกศิษย์แปลกใจ เมื่อนำแพะกลับมาถึงสำนักแล้ว
จึงบอกเรื่องนี้แก่พราหมณ์ พราหมณ์จึงถามแพะถึงอาการนั้น แพะจึงบอกพราหมณ์ว่า “อดีตชาติเคยเป็น
์
พราหมณเหมือนกัน เพราะได้ฆ่าแพะตัวหนึ่งทำมตกภัต จึงเป็นเหตุให้ถูกฆ่าตัดศีรษะถึง 499 ชาติ นี่เป็น
ชาติที่ 500 พอดี จึงหัวเราะดีใจที่จะสิ้นกรรมในวันนี้ และร้องไห้ เพราะสงสารท่านที่จะเป็นเช่นกับเรา “
พราหมณ ได้ฟังแล้วเกิดความสลดใจ จึงยกเลิกไม่ฆ่าแพะ และสั่งให้ลูกศิษย์ทำการอารักขาแพะเป็นอย่างดี
์
เพื่อไม่ให้แพะเกิดอันตราย แพะจึงบอกพราหมณ์วา “การอารักขาของท่านมีประมาณน้อย ส่วนบาปกรรม
่
ของเรามีกำลังมาก อะไรก็ห้ามไม่ได้” แพะพอเขาปล่อย ก็ชะเง้อคอจะกินใบไม้ใกล้แผ่นหินแห่งหนึ่ง ทันใด
นั้นเอง ฟ้าได้ผ่าลงที่แผ่นหิน สะเก็ดหินชิ้นหนึ่งได้ปลิวไปตัดคอแพะที่กำลังชะเง้อคออยู่พอดี แพะล้มลง

