Page 59 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 59

51

              สิ้นใจตายทันที รุกขเทวดาที่อยู่ในที่นั้น ได้กล่าวสอนว่า “มนุษย์ผู้กลัวตกนรก พึงพากันงดจากปาณาติบาต
              ตั้งอยู่ในเบญจศีลเถิด” และกล่าวเป็นคาถาว่า “ถ้าสัตว์ทั้งหลาย พึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติภพนี้เป็นทุกข์

              สัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะว่าผู้ฆ่าสัตว์ ย่อมเศร้าโศก”
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: เกิดเป็นคนไม่พึงทำกรรมชั่วด้วยการฆ่าสัตว์ด้วยกัน มิเช่นนั้นจะได้รับความทุกข์เช่น

                                       แพะรับบาปนี้ ๛

                                           เล่ห์กลลวงนายพราน (ติปัลลัตถมิคชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดพทิรการาม เมืองโกสัมพี ทรงปรารภพระราหุลเถระ ผู้ใคร่ต่อ

                                 ่
              การศึกษา เรื่องมีอยู่วา...สมัยนั้น พระพุทธองค์ได้เสด็จไปประทับอยู่ในอัคคาฬวเจดีย์ เมืองอาฬวี มีอุบาสก
              อุบาสิกา ภิกษุและภิกษุณีจำนวนมาก ไปฟังธรรมทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อฟังธรรมเสร็จสิ้นแล้ว ภิกษุที่

              เป็นพระเถระก็พากันไปยังที่พักของตน ส่วนภิกษุหนุ่มและอุบาสกพากันนอนที่โรงฉัน พอเข้าสู่ความหลับมี
              ภิกษุบางรูปนอนกรน บางรูปนอนกัดฟัน ก่อความรำคาญให้แก่พวกอุบาสก พวกเขาพากันนอนครู่เดียวจึง

              ลุกขึ้นหนีไป วันต่อมา พวกอุบาสกกราบทูลเรื่องนี้แด่พระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงได้ทรงบัญญัติสิกขาบท
              ว่า “ก็ภิกษุใด นอนร่วมกับอนุปสัมบัน ภิกษุนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์” แล้วเสด็จไปยังเมืองโกสัมพี ก่อนมี

              สิกขาบทนี้ สามเณรราหุล มักจะได้รับการสงเคราะห์จากภิกษุให้พักร่วมกุฏิเสมอ เมื่อพระพุทธองค์ทรง

              บัญญัติสิกขาบทนี้แล้ว จึงไม่มีภิกษุรูปใดอนุเคราะห์แก่เธอ สร้างความเดือดร้อนแก่สามเณรราหุล ท่านจึง
              เลือกไปอาศัยที่เวจกุฎี (ส้วม) ของพระพุทธองค์เป็นที่อยู่อาศัยแทน ครั้นรุ่งเช้า พระพุทธองค์ เสด็จมาถึง

              เวจกุฎีแล้วไอขึ้น สามเณรราหุลก็ไอขึ้นเช่นกัน พระพุทธองค์จึงทรงทราบความเดือดร้อนเพราะการบัญญัติ
              สิกขาบทนี้ ทรงดำริถึงคราวต่อไปเมื่อสามเณรมีมากขึ้น จะให้ภิกษุปฏิบัติเช่นใด จึงตรัสเรียกประชุมสงฆ์แต่

              เช้าตรู่ แล้วทรงทำอนุบัญญัติสิกขาบทนี้ว่า “ตั้งแต่นี้ไป ท่านทั้งหลาย จงให้อนุปสัมบันอยู่ในที่พักของตนได้
                                                             ั
              สองวัน ในวันที่สามให้อยู่ภายนอกเถิด” ต่อมาเย็นวนหนึ่ง พวกภิกษุสนทนากันถึงเรื่องสามเณรราหุลเปนผู้
                                                                                                            ็
              ตั้งอยู่ในโอวาท เป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษา พระพุทธองค์จึงได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนาน
                                                                     ่
              มาแล้ว มีเนื้อสองพี่น้องคู่หนึ่ง มีบริวารแวดล้อมมาก อยู่ในปาใกล้เมืองราชคฤห์ วันหนึ่ง เนื้อผู้น้องสาวนำ
              เนื้อลูกชายมาฝากให้ศึกษามารยาทของเนื้อกับพี่ชาย เนื้อผู้หลานชาย ได้ศึกษามารยาทของเนื้อกับลุงจน
              หมดสิ้น วันหนึ่ง ออกหากินในป่าติดบ่วงนายพราน จึงร้องบอกหมู่เนื้อให้หนีไปบอกมารดา ส่วนมารดารีบ

              ไปบอกพี่ชายด้วยความห่วงใย พี่ชายจึงพูดปลอบใจวา “น้องหญิง พี่ให้เนื้อหลานชาย ผู้มีกีบเท้า 8 กีบ
                                                              ่
              เรียนท่านอน 3 ท่า เรียนมีเล่ห์กลมารยาหลายอย่าง และการดื่มกินน้ำในเวลาเที่ยงคืน เนื้อนั้น เมื่อหายใจ
              ทางจมูกข้างที่แนบติดอยู่กับพื้นดิน ก็จะลวง นายพรานได้ด้วยอุบาย 6 ประการ”
              เล่ห์กลลวงนายพรานด้วยอุบาย 6 ประการ คือ

              1. นอนตะแคงเหยียดเท้าทั้ง 4

              2. ใช้กีบเท้าตะกุยหญ้าและดินร่วน
              3. ทำลิ้นห้อยออกมา

              4. ทำให้ท้องพองขึ้น
              5. ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะออกมา

              6. กลั้นลมหายใจไว้
   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64