Page 60 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 60
52
ฝ่ายเนื้อผู้หลานชาย ได้แสดงอาการทำทีเป็นตายแล้ว มีแมลงวันหัวเขียวบินตอมตัวว่อน นายพราน
พอเห็นอาการเช่นนั้นเข้าใจว่าเนื้อตายแล้ว เลยแก้เชือกผูกเนื้อออก หวังจะแล่เนื้อในที่นั้น เดินหักใบไม้ไป
มา ฝ่ายเนื้อได้โอกาสจึงลุกขึ้นวิ่งหนีกลับมาได้ ด้วยความปลอดภัย
่
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: เกิดเป็นคนควรศึกษารำไปอยาได้ประมาท เมื่อยามตกอยู่ในอันตราย พึงเอาชีวิตรอด
่
มาได้ด้วยเล่ห์กลที่ได้ศึกษามา ๛
ตายเพราะไม่เรียน (ขราทิยชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ได้ตรัส
อดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเนื้อตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ใกล้เมือง
พาราณสี มีเนื้อน้องสาวอยู่ตัวหนึ่ง วันหนึ่ง เนื้อน้องสาวได้พาลูกเนื้อมาหาพี่ชาย แล้วมอบให้พี่ชายสอน
มายาของเนื้อให้ เนื้อผู้ลุงจึงบอกให้เนื้อผู้หลานมาหาในวันพรุ่งนี้เพื่อจะสอนมายาของเนื้อ แต่เนื้อผู้หลาน
ไม่มาตามนัดตามเวลาที่พูดกันไว้ เวลาผ่านไปถึง 7 วัน เนื้อผู้หลาน ผู้ไม่มีประสบการณ์และยังไม่ทันได้
เรียนรู้มายาของเนื้อ ท่องเที่ยวหากินไปจึงติดบ่วงนายพรานถูกฆ่าตาย แม่เนื้อผู้น้องสาวจึงร้องไห้ไปหา
พี่ชายต่อว่าสอนหลานยังไง เขาจึงบอกว่า “เจาอย่าเสียใจต่อบุตร ผู้ไม่รับโอวาทสั่งสอนนั่นเลย บุตรของ
้
ี
เจ้าไม่เรยนเอามายาของเนื้อเอง ไม่มีความประสงค์จะเรียนรู้และตั้งอยู่ในโอวาทเลย” แล้วได้กล่าวเป็น
คาถาวา “แม่ขราทิยา ฉันไม่สามารถจะสั่งสอนเนื้อตัวนั้น ผู้มีกีบเท้า 8 กีบ มีเขาคดตั้งแต่โคนจรดปลาย ผ ู้
่
ล่วงเลยโอวาทเสียตั้ง 7 วันได้”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ผู้ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่และครูอาจารย์ มักพบกับความฉิบหาย ๛
อำนาจของรส (วาตมิคชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระจูฬปิณฑิกปาติกติสสเถระ ผู้
ติดในรสตกอยู่ในอำนาจนางวัณณทาสี ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในเมือง
้
พาราณสี มีชายเฝาสวนหลวงของพระเจ้าพรหมทัตคนหนึ่งชื่อว่า สัญชัย ในสวนหลวงนั้นจะมีเนื้อสมันตัว
หนึ่งแวะแอบมากินหญ้าอยู่เป็นประจำ เมื่อมันเจอนายสัญชัยก็จะวิ่งหนีเข้าป่าไป แต่เขาไม่เคยทำให้มัน
ตกใจกลัวเลยสักครั้งเดียว จึงทำให้มันแวะเข้ามาในสวนหลวงนั้นบ่อย ๆ ในเวลาเช้าตรู่ทุกวัน นายสัญชัย
จะนำผลไม้ชนิดต่างๆ ไปถวายพระราชาเป็นประจำ วันหนึ่ง พระราชา ตรัสถามเขาว่า “เธอได้เห็นความ
อัศจรรย์อะไร ในสวนหลวงบ้างไหม ?” เขาจึงกราบทูลไปว่า “ไม่พบสิ่งใดเลย พระเจ้าค่ะ มีเพียงเนื้อสมัน
ตัวหนึ่ง แวะเวียนมาแทะหญ้าในสวนหลวง พระเจ้าค่ะ” พระราชาตรัสถามว่า “เธอสามารถจับมันได้ไหม
?” เขากราบทูลว่า “ถ้าได้น้ำผึ้ง ข้าพระองค์ สามารถนำมันมาในพระราชนิเวศน์นี้ได้ พระเจ้าค่ะ”
พระราชา จึงรับสั่งให้มอบน้ำผึ้งแก่เขา เขานำน้ำผึ้งไปทาที่หญ้าตรงที่เนื้อสมันเคยมาเที่ยวกิน วันต่อมา เจ้า
เนื้อสมันพอได้กินหญ้าเจือน้ำผึ้ง ก็ติดในรสชาติ จึงมาในที่นั้นทุกวัน เขาปรากฏตัวให้มันเห็นเพื่อให้เกิด
ความคุ้นเคย ในสองสามวนแรกมันจะวิ่งหนีไป พอวันต่อๆมา มันเห็นเขาบ่อยๆ ก็เกิดความคุ้นเคย ถึงกับ
ั
กินหญ้าที่อยู่ในมือของเขา เมื่อเขารู้ว่ามันคุ้นเคยแล้ว วันหนึ่ง จึงให้เอาเสื่อล้อมถนนไปจนถึงพระราช
นิเวศน์ แล้วปักกิ่งไม้ไว้ตามเสื่อนั้น สะพายน้ำเต้าบรรจุน้ำผึ้ง โปรยหญ้าทาน้ำผึ้ง เดินนำหน้าเนื้อสมันเข้า
ไปในพระราชนิเวศน์ เมื่อมันเข้าไปภายในพระราชนิเวศน์แล้ว ผู้คนจึงปิดประตูเมือง เนื้อสมันนั้นเห็นผู้คน
จำนวนมาก ก็ตัวสั่นกลัวความตายวิ่งไปวิ่งมาในพระลานหลวงนั้น พระราชา เสด็จลงจากปราสาท
ทอดพระเนตรเห็นเนื้อนั้นตัวสั่นอยู่ จึงตรัสวา “ธรรมดา เนื้อย่อมไม่ไปยังที่มีคนเห็นตลอด 7 วัน และจะไม่
่
ไปยังที่ถูกคุกคามตลอดชีวิต แต่เจ้าเนื้อสมันป่าตัวนี้ ติดในรสน้ำผึ้ง จึงได้มาสู่สถานที่มีผู้คนมากเช่นนี้ ท่าน

