Page 64 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 64
56
ให้สบายใจเถิด” รุกขเทวดาเห็นกากับสุนัขจิ้งจอกกล่าวยกย่องกันตามที่ไม่เป็นจริง จึงกล่าวคาถาว่า
“บรรดามฤคชาติทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกเป็นสัตว์เลวที่สุด บรรดาปักษีทั้งหลาย กาเป็นสัตว์ที่เลวที่สุด
และบรรดารุกขชาติทั้งหลาย ต้นละหุ่งเป็นต้นไม้ที่เลวที่สุด ที่สุด 3 อย่าง มาประจวบกันเข้าแล้ว”
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คนเลวยกย่องกันเอง ชื่อเสียงมักไม่ปรากฏ คนดียกย่องคนดีเหมือนกัน
ชื่อเสียงย่อมปรากฏ ๛
บุญที่ให้ทานแก่ปลา (มัจฉทานชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพ่อค้าโกงชาวเมืองสาวัตถีคนหนึ่ง
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกชายของพ่อค้าตระกูลหนึ่ง
ในเมืองพาราณสี มีน้องชายอยู่คนหนึ่ง เมื่อบิดาเสียชีวิตแล้วสองพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันเรื่องบริหาร
กิจการค้าขาย ตกลงกันเดินทางไปสะสางบัญชีการค้าที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ได้เงินพันหนึ่งแล้วก็เดินทาง
กลับมานั่งกินข้าวห่อรอเรือข้ามฟากที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว พระโพธิสัตว์ได้ให้อาหาร
ที่เหลือแก่ปลาในแม่น้ำแล้วอุทิศส่วนบุญกุศลให้สรรพสัตว์รวมถึงเทวดาที่แม่น้ำนั้นด้วย เทวดาพอ
อนุโมทนารับส่วนบุญเท่านั้น ก็เป็นผู้บริบูรณ์ด้วยลาภยศอันเป็นทิพย์ เมื่อให้อาหารปลาหมดแล้วเขาก็ลาด
ผ้าบนหาดทรายล้มตัวลงนอนหลับไป ส่วนน้องชายของเขามีนิสัยเป็นหัวขโมยมาตั้งแต่เด็ก นั่งคิดวางแผน
ฉกเอาทรัพย์จึงห่อก้อนหินขึ้นห่อหนึ่งขนาดเท่ากับถุงห่อเงินนั้น เมื่อเรือข้ามฟากมาถึง เขาก็ปลุกพี่ชายแล้ว
ถือถุงสองถุงขึ้นเรือไปก่อน เมื่อเรือไปถึงกลางแม่น้ำ เขาก็ทำให้เรือโครงเครงทำทีเป็นเสียหลักโยนถุงหนึ่ง
ลงน้ำไปพร้อมกับพูดขึ้นว่า “พี่ ถุงห่อเงินตกน้ำไปแล้ว เราจะทำอย่างไรละทีนี้” “เมื่อมันตกน้ำไปแล้วก็ช่าง
มันเถอะ อย่าคิดถึงมันเลยหาเอาใหม่ได้มากกว่านี้” พี่ชายตอบ เทวดาประจำแม่น้ำคงคาเห็นเหตุการณ์นั้น
ตลอดจึงบันดาลให้ปลาปากกว้างตัวหนึ่งมากลืนกินถุงเงินนั้นไป ฝ่ายน้องชายเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็รีบแก้
ถุงเงินอีกถุงหนึ่งออกดูด้วยความกระหยิ่มใจ แต่พอแก้ห่อดูกลับเป็นถุงห่อก้อนหินจึงได้แต่นั่งคร่ำครวญ
เสียใจอยู่คนเดียวที่หลงทิ้งถุงห่อเงินลงน้ำไป ฝ่ายพี่ชายก็กลับไปบ้านของตนโดยไม่คิดอะไร หลายวันต่อมา
่
พวกชาวประมงไปหาปลาจับได้ปลาปากกว้างตัวนั้น จึงเที่ยวเดินขายปลาอยู่วา “ปลาสดๆ จ้า ตัวนี้ขายตัว
ละ 1,700 บาท สนไหมครับ” ชาวบ้านพากันหัวเราะเยาะว่า “ปลาอะไรจะแพงขนาดนั้นละ” จึงไม่มีใคร
ซื้อไป พวกเขาเดินขายไปจนถึงประตูร้านบ้านของพระโพธิสัตว์ได้ร้องขายปลาอยู่หน้าร้านนั้น พระโพธิสัตว์
เดินออกมาดูปลา สนใจปลาปากกว้างตัวนั้นจึงถามราคาว่า “ปลาตัวนี้ราคาเท่าไหร่จ้ะ” “ผมขายให้ 28
่
บาทละกันครับ” ชาวประมงตอบ เขาจึงซื้อปลาตัวนั้นไปมอบให้ภรรยาปรุงอาหาร พอภรรยาผาท้องปลา
เท่านั้นก็พบถุงเงินจึงมอบให้เขา เขาเปิดดูเห็นตราประทับห่อของตนก็จำได้ จึงนั่งคิดแปลกใจอยู่คนเดียวว่า
“แปลกจัง ชาวประมงร้องขายปลาให้คนอื่น 1,700 บาท แต่ขายให้เราเพียง 28 บาท เราได้เงินคืนมา
เพราะอะไรหนอ” ขณะนั้น เทวดาได้ปรากฏร่างยืนอยู่ในอากาศพูดว่า “เราเป็นเทวดาประจำแม่น้ำคงคา
ท่านให้อาหารปลาวันนั้นแล้วอุทิศส่วนบุญแก่เรา เราจึงขอมอบทรัพย์แก่ท่านคืน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ
แผนการณ์ของน้องชายท่านเอง ชื่อว่าความเจริญย่อมไม่เกิดแก่คนผู้มีจิตคิดร้ายผู้อื่น” แล้วได้กล่าวคาถา
์
ว่า “ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพยสมบัติของพี่น้องและของพ่อแม่ ผู้นั้นจัดว่าเป็นผู้มีจิตชั่วร้าย ยอมไม่
่
่
มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่นับถือเขา “กล่าวคาถาจบก็หายรางไป
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ผลบุญกุศลช่วยให้ผู้มีจิตไม่ประทุษร้ายได้รับของคืน
แม้เทวดาก็สรรเสริญยกย่อง ๛

