Page 68 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 68

60

              ครรภ์ของช้างพังเชือกหนึ่ง เพื่อป้องกันอันตรายจากปูทอง ช้างพังนั้นได้หนีไปอยู่ที่ภูเขาลูกหนึ่ง จนพระ
              โพธิสัตว์เติบโตมีช้างพังเชือกหนึ่งเป็นภรรยาแล้วถึงได้กลับมายังถิ่นที่อยู่เดิม วันหนึ่ง ช้างโพธิสัตว์ได้เข้าไป

              พูดกับพญาช้างผู้เป็นบิดาว่า “พ่อ ฉันจักจับปูทอง” พญาช้างห้ามไว้ไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายทนคำอ้อนวอน
              ของลูกช้างไม่ได้ก็ต้องใจอ่อน ช้างโพธิสัตว์ได้เรียกประชุมฝูงช้างแล้วเดินไปใกล้บึงนั้นถามว่า “ท่าน

              ทั้งหลาย ปูทองจะจับช้างในเวลาลงไปหรือเวลาขึ้นจากน้ำ” ได้ฟังว่าปูทองมักจะจับช้างในเวลาขึ้นจากน้ำ

              เท่านั้น จึงบอกช้างทุกตัวลงไปในบึงดื่มน้ำให้อิ่มแล้วค่อยขึ้นมา ส่วนตนจะตามขึ้นมาทีหลัง ช้างทุกตัวได้ลง
                                                                                      ั
              ไปดื่มน้ำในบึงแบบกล้า ๆ กลัว ๆ ขณะที่ช้างโพธิสัตว์กำลังจะขึ้นจากน้ำตามหลงฝูงช้างนั่นเองก็ถูกปูทอง
              หนีบ 2 เท้าหลังไว้แน่น ช้างพังผู้ภรรยาไม่ทอดทิ้งสามีได้ยืนดื่มน้ำอยู่เป็นเพื่อนใกล้ ๆ นั่นเอง ช้างโพธิสัตว์

                                                                                                            ้
              พยายามดึงปูทองแต่ปูก็ไม่ขยับเขยื้อน กลับถูกปูดึงไปไว้ตรงปากพร้อมที่จะกิน ช้างโพธิสัตว์กลัวตายจึงรอง
              ขึ้นสุดเสียงว่า “ข้าพเจ้าขึ้นไม่ได้ ติดก้ามปูแล้ว” เท่านั้นเองฝูงช้างต่างร้องแตกตื่นวิ่งขี้เยี่ยวราดเข้าป่าไป
              อย่างรวดเร็ว ช้างพังผู้ภรรยาก็กลัวตายกำลังจะวิ่งหนีไปด้วยเช่นกัน ถูกสามีอ้อนวอนว่า “น้องรัก ปูทองมี

              นัยน์ตายาว มีหนังเป็นกระดูก ไม่มีขน ได้หนีบพี่ไว้แล้ว น้องอยาทิ้งพี่ไปนะ” นางช้างจึงหันมาปลอบใจสามี
                                                                       ่
              ว่า “พี่ ฉันไม่ละทิ้งพี่ไปหรอก พี่มีกำลังมากกว่าใคร ๆต้องเอาชนะปูได้แน่ พี่เป็นที่รักของฉันยิ่งกว่าแผ่นดิน

              แผ่นฟ้า “แล้วหันมาพูดอ้อนวอนปูทองเป็นคาถาว่า “ท่านเป็นสัตว์น้ำที่ประเสริฐกว่าปูทั้งหลายในสมุทร
              ในแม่น้ำคงคา และในแม่น้ำยมุนา ขอท่านจงปล่อยสามีของฉันผู้ร้องไห้อยู่เถิด” ปูทองได้ฟังนางช้างพังแล้ว

              ใจอ่อนยอมปล่อยเท้าช้างโพธิสัตว์ แต่หารู้ไม่ว่ากระดองของตนเองได้ถูกช้างโพธิสัตว์กระทืบจนพังทลาย
              และเสียชีวิตไปเวลาต่อมา ช้างโพธิสัตว์ได้ลากปูทองขึ้นไปบนฝั่งเรียกฝูงช้างมาประชุมกันแล้วช่วยกัน

              กระทืบปูทองจนละเอียดเป็นจุณในที่สุด
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  ภรรยาที่ดีควรอยู่เคียงข้างสามีจนตราบเท่าชีวิต

                                                                      ์
                                                     ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณใด ๆก็ตาม ๛

                                                 ชายจมูกแหว่ง (ปทุมชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภพวกภิกษุได้บูชาต้นโพธิ์ด้วย

              ดอกบัวเพราะอาศัยพระอานนทเถระผู้ฉลาดในการกล่าวถ้อยคำ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...
              กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกชายของเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองพาราณสี มีเพื่อนที่เป็นลูก

              ชายเศรษฐีด้วยกันอีก 2 คน ในสมัยนั้นมีชายจมูกแหว่งคนหนึ่งทำหน้าที่ดูแลสระดอกบัวอยู่ชานเมือง

              พาราณสี วันหนึ่งในเมืองพาราณสีมีมหรสพ ลูกชายเศรษฐีทั้ง 3 คนได้พากันไปที่สระดอกบัวเพื่อขอ
              ดอกบัวประดับกายไปเที่ยวงานมหรสพนั้น พอไปถึงสระดอกบัวแล้วลูกชายเศรษฐีคนที่ 1 ได้พูดขอดอกบัว
              กับชายจมูกแหว่งว่า “พี่ชาย ผมและหนวดที่ตัดแล้วยังงอกขึ้นได้ ขอให้จมูกของท่านงอกขึ้นเช่นกัน ผมขอ

              ดอกบัวด้วยครับ” ชายจมูกแหว่งโกรธไม่ชอบใจจึงไม่ให้ดอกบัวแก่เขา ต่อจากนั้น ลูกชายเศรษฐีคนที่ 2 ได้

              พูดขอดอกบัวว่า “พี่ชาย ข้าวที่หว่านในนายังงอกขึ้นได้ ขอให้จมูกท่านงอกได้เช่นกัน ผมขอดอกบัวด้วย
              ครับ” ชายจมูกแหว่งก็ยังโกรธอีกไม่ให้ดอกบัวแก่เขา พระโพธิสัตว์จึงพูดขอดอกบัวเป็นคนที่ 3 ว่า

              “พี่ชาย คนทั้งสองพูดกับท่านเกินความเป็นจริง ถึงยังไงจมูกของท่านก็ไม่มีวันงอกขึ้นมาได้อีก ผมขอ
              ดอกบัวด้วยครับ” ชายจมูกแหว่งพอใจจึงพูดว่า “สองคนนั้นพูดมุสา ท่านจึงพูดความจริง เราให้ดอกบัวแก่

              ท่าน” ว่าแล้วก็ยกดอกบัวให้พระโพธิสัตว์ไปกำใหญ่
              ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง:  อย่าพูดอะไรให้เกินความเป็นจริง จะเสียใจภายหลัง

                                                โดยไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย ๛
   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73