Page 69 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 69

61

                                          พระราชกุมารผู้อัจฉริยะ (คามณิจันทชาดก)
              ๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวันเมืองสาวัตถี ทรงปรารภการสรรเสริญปัญญาพระองค์ของ

              พวกภิกษุ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นราชกุมารของพระ
              เจ้าชนสันธะ ผู้ครองเมืองพาราณสี มีหน้าตาสดใสงดงามมากจึงถูกขนานนามว่าอาทาสมุขกุมาร พอมีอาย       ุ

              ได้ 7 ขวบเท่านั้นพระชนกก็สวรรคต พวกอำมาตย์เห็นว่าพระกุมารยังไม่อยู่ในฐานะจะครองเมืองได้ จึงจะ

              ทดสอบภูมิปัญญาของพระกุมารดู ในวันหนึ่ง ได้ตกแต่งพระนครใหม่ จัดตั้งสถานวินิจฉัย(ศาล)เสร็จแล้ว ได้
              มอบให้พระกุมารขึ้นตัดสินคดีความ พอพระกุมารประทับบนบัลลังก์แล้วก็ให้เอาลิงตัวหนึ่งซึ่งสามารถเดิน
              2 เท้าได้แต่งตัวเป็นอาจารย์ผู้รู้วิชาดูที่ แล้วถวายรายงานพระราชกุมารว่า “ขอเดชะ นี่คืออาจารย์ผู้รู้วิชาดู

              ที่ สมัยของพระชนก ขอพระองค์จงสงเคราะห์ชายผู้นี้ แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้วยเถิด” พระราชกุมารแลดูผู้

              นั้นแล้วทราบว่าเป็นลิงมิใช่มนุษย์จึงตรัสว่า “สัตว์ตัวนี้ไม่ฉลาดทำบ้านเรือน หลุกหลิก หนังหน้าย่น รู้แต่จะ
              ทำลายสิ่งที่เขาทำไว้แล้วเท่านั้น จะให้เป็นที่ปรึกษาไม่ได้” พวกอำมาตย์รับคำแล้วนำลิงนั้นกลับไป อีกสอง

              วันต่อมาก็นำลิงตัวนั้นมาถวายรายงานอีกว่า “ขอเดชะ นี่คืออำมาตย์ผู้วินิจฉัยคดี สมัยพระชนก ขอ
              พระองค์โปรดแต่งตั้งไว้เป็นที่ปรึกษาเถิด” พระราชกุมาร แลดูก็ทราบว่ามนุษย์ไม่มีขนมากขนาดนี้ จึงตรัส

              ว่า “สัตว์ที่มีความคิด ขนไม่มากขนาดนี้ ลิงตัวนี้ไม่มีความคิด ไม่รู้จักเหตุผล ทำการวินิจฉัยคดีไม่ได้หรอก”
              พวกอำมาตย์รับคำแล้วก็นำลิงนั้นกลับไป อีกสองวันถัดมาก็นำลิงตัวนั้นมาถวายรายงานอีกว่า “ขอเดชะ

              ชายผู้นี้ในสมัยพระชนก ได้บำรุงเลี้ยงบิดามารดาเป็นชายกตัญญู ขอพระองค์โปรดอนุเคราะห์เขาด้วยเถิด”
              พระราชกุมาร แลดูลิงนั้นแล้วตรัสว่า “สัตว์เช่นนี้จะเลี้ยงดูบิดามารดาไม่ได้ มีจิตใจกลับกลอก บิดาเราสอน

                                           ่
              ไว้อย่างนี้” พวกอำมาตย์ทราบวาพระกุมารเป็นบัณฑิตแล้วจึงอภิเษกให้ขึ้นครองราชตั้งแต่บัดนั้น ความ
              อัจฉริยะของพระราชกุมาร 14 เรื่องจึงเกิดขึ้น คือ ในสมัยนั้น มีชายแก่คนหนึ่งชื่อคามณิจันท์เคยเป็นทาส

              รับใช้ของพระเจ้าชนสันธะ เมื่อสิ้นรัชกาลพระเจ้าชนสันธะแล้วได้ปลีกตัวออกไปประกอบอาชีพกสิกรรมอยู่

              บ้านนอกหมู่บ้านหนึ่ง แต่เขาไม่มีโคทำนา เมื่อฝนตกในฤดูทำนาจึงไปยืมโค 2 ตัวจากเพื่อนบ้านมาไถนาทั้ง
              วัน ตกเย็นได้นำโคไปคืนเจ้าของที่บ้าน เห็นเจ้าของโคกำลังนั่งกินข้าวอยู่กลางบ้าน เกรงว่าเขาจะชวนกิน

              ข้าวด้วย นายคามณิจันท์จึงปล่อยแต่โคเข้าไปในคอก ส่วนตัวเองเดินกลับบ้านไป ตกกลางคืนมีโจรมาลักโค
              เหล่านั้นไปหมด เจ้าของโคถึงแม้รู้อยู่ว่าโคถูกขโมยไป ก็ไปทวงโคกับนายคามณีจันท์พร้อมกับปรับสินไหม

                                                                              ั
              นำไปแจ้งความที่เมืองหลวง ในขณะเดินทางไปเมืองหลวง นายคามณิจนท์หิวข้าวจึงขอแวะบ้านเพื่อนที่
              หมู่บ้านหนึ่งก่อน ปรากฏว่าเพื่อนไม่อยู่บ้าน อยู่แต่ภรรยาที่ท้องได้ 7 เดือน นางดีใจที่นายคามณิจันท์มา

              เยี่ยม แต่ข้าวสุกไม่มี จึงต้องขึ้นไปเอาข้าวที่ฉาง นางได้พลัดตกลงมาที่พื้นดินทำให้นางแท้งลูก พอสามีกลบ
                                                                                                             ั
              มาถึงบ้านทราบเรื่องจึงตั้งข้อหานายคามณิจันท์ฆ่าลูก ชายทั้ง 3 คนจึงต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงด้วยกัน

              เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง คนเลยงม้าคนหนึ่งกำลังต้อนม้าให้กลับบ้าน มีม้าตัวหนึ่งพยศไม่ยอมไป
                                                   ี้
              เขาจึงร้องบอกให้นายคามณิจันท์เอาอะไรขวางม้าให้กลับเข้าบ้านที นายคามณิจันท์เอาก้อนหินขว้างไปถูก

              ขาม้าหัก คนเลี้ยงม้าจึงตั้งข้อหาเขาทำให้ขาม้าหัก เป็นเหตุชายทั้ง 4 คนต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงไป

              ด้วยกัน ในขณะเดินทาง นายคามณจันท์คิดน้อยใจอยู่คนเดียวว่า “ช่างโชคร้ายนักเรา เมื่อถึงเมืองหลวง
                                              ิ
              เงินสักบาทจะจ่ายค่าโคก็ไม่มี อีกทั้งค่าลูก ค่าม้า ขอตายเสียดีกว่า “ในระหว่างทางต้องเดินผ่านภูเขามีผา

              ชันลูกหนึ่ง เขาจึงตัดสินใจกระโดดลงในเหวไปตาย แต่บังเอิญมี 2 พ่อลูกนั่งสานเสื่อลำแพนอยู่ที่เชิงเขานั้น
              นายคามณิจันท์จึงตกลงไปทับช่างสานผู้พ่อเสียชีวิตส่วนตัวเขารอดชีวิต เป็นเหตุให้ลูกชายช่างสานตั้งข้อหา

              ฆ่าพ่อของเขา ชายทั้ง 5 คนจึงเดินทางเข้าเมืองหลวงไปด้วยกัน ในระหว่างทาง มีทั้งคนและสัตว์ได้ฝาก
                                                              ื่
              สาส์นกับนายคามณิจันท์ไปถวายพระราชาอีก 10 เรอง เมื่อถึงเมืองหลวงแล้ว วันนั้นพระราชกุมารขึ้น
   64   65   66   67   68   69   70   71   72   73   74