Page 85 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 85
77
ิ่
อยู่ด้วย พวกเราจะทำอย่างไรดี” พวกลิงพอทราบว่ามีผลมะพลับสุกก็กระตุ้นความอยากกินยงขึ้น จึงเข้าไป
รายงานพญาวานร พญาวานรถามว่า “บ้านมีคนอยู่หรือไม่” พวกมันตอบว่า “มีอยู่ขอรับท่าน” พญาวานร
พูดว่า “ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ควรไป เพราะมีอันตรายมาก” พวกลิงเสนอว่า “พวกเราไปกินในเวลาเที่ยงคืนส ิ
ชาวบ้านหลับหมดแล้ว อันตรายก็ไม่มี” พญาวานรจึงเห็นด้วย ลิงทั้งฝูงได้ไปแอบอยู่หลังแผ่นหินใหญ่ไม่
ั
ไกลจากหมู่บ้านนั้น พอถึงเวลาเที่ยงคืน ชาวบ้านหลบมหดแล้ว จึงพากันไปขึ้นต้นมะพลับ กินผลมะพลับ
สุก ขณะนั้น บังเอิญว่ามีชายคนหนึ่งเกิดปวดท้องถ่ายอุจจาระ ได้ลงจากเรือนเห็นฝูงลิงกำลังกินผลไม้อยู่
จึงตะโกนปลุกชาวบ้านให้มาจับลิง ชาวบ้านต่างลุกขึ้นถือหอกถือธนูและอาวุธต่างๆ ยืนรายล้อมต้นมะพลับ
็
ไว้ เตรียมการที่จะจับลิงในเวลาเช้าสว่างแล้ว ฝูงลิงเหนเช่นนั้น ตกใจกลัวตาย จึงไปหาพญาวานรแล้ว
ปรึกษาว่า “นายท่าน พวกมนุษย์ถือธนู ถือดาบอันคมกริบ พากันมาแวดล้อมพวกเราไว้แล้ว พวกเราจะทำ
อย่างไรละทีนี้ ?” พญาวานรพูดปลอบใจฝูงลิงว่า “พวกเจ้าอย่ากลัวไปเลย มนุษย์มีการงานมาก ขณะนี้เพิ่ง
จะเที่ยงคืนเอง อาจจะมีกิจการงานอย่างอื่นมาทำให้มนุษย์ทำก็เป็นได้ ใจเย็นๆ เข้าไว้” แล้วกล่าวเป็นคาถา
ว่า “ประโยชน์อย่างใด อยางหนึ่ง จะพึงเกิดแก่มนุษย์ ผู้มีกิจการงานมากเป็นแน่ ยังมีเวลาพอที่จะเก็บ
่
ผลไม้เอามากินได้ พวกเจ้าจงพากันกินผลมะพลับนั้นเถิด” พญาวานรพูดปลอบใจฝูงลิงไว้เพื่อไม่ได้พวกมัน
กลั้นใจตาย เพราะความตกใจกลัว แล้วพูดว่า “พวกเจ้านับลิงดูสิว่ามีครบกันไหม” เมื่อพวกลิงรายงานว่า
้
“ลิงเสนกะ หลานของท่านหายไปขอรับ” จึงพูดว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าไม่ต้องกลัว เจาเสนกะจะมาช่วย
พวกเราเอง” ฝ่ายเจ้าลิงเสนกะนอนหลับสนิทอยู่ที่หลังแผ่นหิน เวลามาไม่มีใครปลุก พอตื่นขึ้นไม่เห็นลิงตัว
ใดจึงเดินตามรอยเท้าฝงลิงไป เห็นชาวบ้านยืนถืออาวุธรายล้อมต้นไม้อยู่ ก็ทราบเรื่องอันตรายเกิดขึ้นแก่ฝูง
ู
ลิง จึงเดินไปหาหญิงชราคนหนึ่งที่นั่งกรอด้ายอยู่ท้ายเรือนหลังหนึ่ง คว้าคบไฟดุ้นหนึ่งวิ่งไปจุดหลังคาบ้าน
หลังโน้น หลังนี้ไปทั่วหมู่บ้าน พวกชาวบ้านพอเห็นไฟไหม้บ้านต่างก็ทิ้งอาวุธวิ่งไปดับไฟกันชุลมุน ฝูงลิงได้
โอกาสรีบเก็บผลไม้แล้วก็หลบหนีเข้าป่าไป
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: อุบายเอาชีวิตรอด พึงใช้ปัญญาพิจารณา ในยามคับขัน จะสามารถเอาชีวิตรอดได้ ๛
ลิงโลภมาก (กฬายมุฏฐิชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภพระเจ้าโกศลผู้จะไปปราบกบฏ
ชายแดน ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นอำมาตย์ผู้สอน
้
ธรรมของพระเจาพรหมทัต ในเมืองพาราณสี ต่อมาในฤดูฝนมีกบฏเกิดขึ้นที่ชายแดน พระราชาจะยกทัพไป
ปราบปรามจึงตั้งค่ายไว้ที่สวนหลวง พระโพธิสัตว์ได้เข้าเฝ้าเพื่อคัดค้านแต่ยังหาโอกาสไม่ได้ ขณะนั้นพวก
ทหารได้นำถั่วดำอาหารม้า มาใส่ไว้ในราง มีลิงตัวหนึ่งลงมาจากต้นไม้ฉวยเอาถั่วดำจากรางนั้นใส่จนเต็ม
ปาก แล้วยังคว้าติดมือมาอีกกำหนึ่งกระโดดขึ้นต้นไม้ไปหวังจะนั่งกิน บังเอิญมีถั่วดำเม็ดหนึ่งหลุดจากมือ
มันล่วงลงบนพื้นดิน มันได้ทิ้งถั่วดำทั้งหมดทั้งที่อยู่ในปากและที่มือ ลงจากต้นไม้มาหาถั่วดำเม็ดนั้น เมื่อไม่
เห็นก็กระโดดขึ้นต้นไม้นั่งซึมเศร้าเสยใจอยู่บนกิ่งไม้นั้น พระราชาทอดพระเนตรเห็นพฤติกรรมของลิงทั้ง
ี
หมดแล้วตรัสถามพระโพธิสัตว์ว่า “ท่านอาจารย์ ดูซิ.. ลิงมันทำอะไร?” พระโพธิสัตว์จึงกราบทูลว่า “ขอ
เดชะมหาราชเจ้า ลิงโง่ตัวนี้หากินตามกิ่งไม้ ปัญญาของมันไม่มี สาดถั่วดำทั้งหมดทิ้งเพื่อถั่วดำเม็ดเดียว
เปรียบผู้โง่เขลาไร้ปัญญา ไม่มองเห็นประโยชน์ส่วนมาก มองเห็นแต่ประโยชน์ส่วนน้อยจึงเป็นเช่นนี้” แล้ว
กล่าวเป็นคาถาว่า “ข้าแต่พระราชา พวกเราก็ดี ชนเหล่าอื่นก็ดีที่มีความโลภจัด จะเสื่อมจากประโยชน์
ส่วนมากเพราะประโยชน์ส่วนน้อย เหมือนลิงเสื่อมจากถั่วทั้งหมดเพราะถั่วเมล็ดเดียวแท้ๆ” พระราชาสดับ

