Page 464 - SRT RP_Final Report_221107
P. 464
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
หมายถึงกิจการในลักษณะแบบใด จึงจำต้องค้นหาความหมายของกิจการรถไฟตามที่กำหนดในมาตรา 3
แห่งพ.ร.บ. จัดวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการของการรถไฟฯ โดยตรง
โดยกฎหมายกำหนดความหมายและให้นิยามของคำว่า “รถไฟ” ว่าหมายถึง “กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อหาประโยชน์
ด้วยวิธีบรรทุกส่งคนโดยสาร และสินค้าบนทางซึ่งมีราง” ซึ่งเป็นการให้นิยามที่ค่อนข้างกว้างและครอบคลุมถึง
กิจการเดินรถไฟท่องเที่ยวแบบหรูหราข้างต้น ที่จัดทำขึ้นเพื่อหาประโยชน์และหารายได้ให้แก่การรถไฟฯ โดยวิธี
บรรทุกขนส่งคนโดยสารทางรางของการรถไฟฯ
ดังนั้น เมื่อพิจารณาตามนัยของนิยามของกิจการรถไฟข้างต้น โครงการภายใต้กลยุทธ์นี้
ี่
จึงอาจเป็นโครงการในกิจการรถไฟที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามทกำหนดในมาตรา 7 แห่ง
พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ ประกอบมาตรา 3 แห่งพ.ร.บ. จัดวางรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464
3. เข้านิยามของคำว่า “ร่วมลงทุน”
หลังจากได้ผ่านการพิจารณาว่าโครงการฯ ภายใต้กลยุทธ์นี้ เป็นโครงการที่การรถไฟฯ มี
อำนาจและหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย และเป็นกิจการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะตามที่ได้
อธิบายข้างต้นแล้ว โครงการฯ ดังกล่าว อาจจะเป็นโครงการร่วมลงทุน หากมีองค์ประกอบของการ “ร่วมลงทุน”
12
โดยมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ได้ให้นิยามของคำว่า “ร่วมลงทุน” ไว้ว่า “ร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่า
วิธีใด หรือมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด” โดยมีคำวินิจฉัย
ของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้วางแนวทางเกี่ยวกับลักษณะของการร่วมลงทุน เพื่อให้เกิดความชัดเจนไว้ว่า การ
“ร่วมลงทุน” นั้นต้องมีลักษณะเป็นการที่หน่วยงานของรัฐต้องร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุนร่วมกบเอกชนด้วย จึงไม่
ั
รวมถึงการจ้าง การซื้อขาย หรือการเช่า ที่ไม่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐต้องร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุนร่วมกับ
เอกชนแต่อย่างใด ถึงแม้ตามสัญญาจะเรียกค่าตอบแทนดังกล่าวว่าค่าตอบแทนเพอการจ้าง การซื้อขาย หรือการ
ื่
เช่าก็ตาม (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 284/2552)
13
จากบทบัญญัติของกฎหมาย และตามแนววินิจฉัยของคณะกรรมการกฤฎีกาข้างต้นจึงอาจสรุปได้ว่า
การร่วมลงุทนมีด้วยกันสองรูปแบบ คือ 1. ร่วมลงทุนกับเอกชนไม่ว่าโดยวิธิใด ๆ และ 2. มอบให้เอกชนลงทุนแต่
้
13 เรื่องเสร็จที่ 284/2552 “ภาครัฐรับผิดชอบค่าลงทุนงานโยธา ส่วนเอกชนลงทุนจัดหาและบำรุงรักษางานระบบรถไฟฟา รวมถึงจ้างเอกชนเดิน
รถไฟฟ้า โดยรายได้ค่าโดยสารทั้งหมดเป็นของรัฐและรัฐจะทยอยจ่ายคืนค่าลงทุนให้เอกชนภายหลังเมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ รวมทั้งจ่ายค่าจ้าง
เดินรถและค่าบำรุงรักษาให้เอกชนตามพื้นฐานของผลการดำเนินงาน เห็นว่า เป็นกรณีที่เอกชนเป็นผู้จัดหาระบบและบำรุงรักษางานระบบซึ่งเป็น
สาระสำคัญของโครงการและเป็นทรัพย์สินถาวรที่มีลักษณะเป็นส่วนควบกับงานโยธาซึ่งเป็นของรัฐ กรณีดังกล่าวจึงเป็นการให้เอกชนเข้ามาร่วม
ลงทุนในโครงการและเอกชนได้รับค่าตอบแทน แม้จะมีการเรียกค่าตอบแทนนั้นว่าค่าจ้างก็ตาม แต่ค่าจ้างดังกล่าวมีลักษณะเป็นการจ่ายคืนค่า
ลงทุนให้แก่เอกชนรวมอยู่ในค่าตอบแทนด้วย จึงชัดเจนว่าไม่ใช่แค่การจ้างเอกชนเท่านั้น หากเป็นการให้เอกชนเขามาร่วมลงทุนในโครงการด้วย ซึ่ง
้
เป็นการ “ร่วมงานหรือดำเนินงาน””
400

