Page 466 - SRT RP_Final Report_221107
P. 466
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
กิจการดังกล่าวตามความหมายของบทนิยามคำว่า “ร่วมงานหรือดำเนินการ” แต่อย่างใด (ความเห็น
คณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 749/2535)
• ภาครัฐลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอาณัติสัญญาณ และระบบตัว
รถไฟฟ้า และว่าจ้างเอกชนให้บริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงในลักษณะจ้างเหมาบริการ โดยทำสัญญากำหนด
วงเงินชำระค่าจ้างเป็นรายปีตามจำนวนเงินค่าจ้างที่ตกลงกันบนพื้นฐานของมาตรฐานการให้บริการ และภาครัฐ
เป็นผู้จัดเก็บรายได้จากค่าโดยสาร เห็นว่า เป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ลงทุนและรับผลประโยชน์สุดท้ายเอง
ทั้งหมด เพียงแต่ทำการจ้างเอกชนมาให้บริการเดินรถและซ่องบำรุงในลักษณะการจ้างเหมาบริการโดยเอกชนได้
ค่าจ้างเป็นการตอบแทนเท่านั้น ถึงแม้จะมีการกำหนดวงเงินชำระค่าจ้างเป็นรายปีตามจำนวนผู้โดยสารที่ทำการ
ให้บริการด้วยก็ตาม ก็เป็นเพียงการจูงใจให้ผู้รับจ้างดำเนินการตามสัญญาให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่า เอกชนได้รับค่าตอบแทนอื่นใดนอกจากค่าจ้าเหมาบริการ หรือต้องร่วมรับผลกำไรหรือ
้
ขาดทุนไม่ว่าทางตรงหรือทางออม การจ้างเหมาบริการดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชนแต่อย่างใด
(ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 228/2550)
• กฟผ. จะให้เอกชนดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและผลิตไฟฟ้าเพื่อ
ขายให้แก่ กฟผ. โดย กฟผ. มีความประสงค์จะซื้อกระแสไฟฟ้าจากเอกชนเพอใช้ในการจัดส่งเข้าสู่ระบบของ กฟผ.
ื่
และจำหน่ายให้กับประชาชนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งกฟผ. จะกำหนดสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าไว้อย่างกว้าง ๆ หรือชัดเจน
(แล้วแต่กรณี) กำหนดกำลังผลิตได้ที่ต้องการและรับผิดชอบจัดหาเชื้อเพลิงให้แกเอกชน (ขายให้แก่เอกชน) หรือให้
่
เอกชนเลือกจัดหาเชื้อเพลิงเองได้หลายประเภท เห็นว่า การดำเนินกิจการตามโครงการดังกล่าวเป็นเรื่องที่เอกชน
จะต้องรับผิดชอบในผลกำไรหรือขาดทุนโดยลำพัง โดยที่ กฟผ. ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนิน
กิจการหรือมีส่วนได้เสียในผลกำไรหรือผลขาดทุนของกิจการนั้น กรณีนี้จึงเป็นเรื่องของเอกชนที่เอกชนดำเนินการ
เองโดยแท้ ส่วนในกรณีที่มีการจัดหาเชื้อเพลิงให้ก็เป็นเรื่องสัญญาซื้อขายกันตามปกติ (ความเห็นคณะกรรมการ
กฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 725/2537)
(2) มอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้
สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด
นอกจากกรณีการร่วมลงทุนทั้งสองฝ่ายตามนัยที่กำหดนข้างต้นแล้ว มาตรา 4
แห่งพ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ ยังกำหนดความหมายให้รวมถึงการที่หน่วยงานของรัฐมอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่าย
เดียว โดยวิธีการอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด และต้องปรากฏว่ามีการร่วมรับผลกำไร
หรือขาดทุนร่วมกันด้วย เช่นในลักษณะที่ให้สิทธิเอกชนเป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้ลงทุนเพื่อดำเนินการโครงการ
เองทั้งหมด โดยหน่วยงานของรัฐได้รับค่าตอบแทนเป็นส่วนแบ่งรายได้ตามอัตราร้อยละของผลการดำเนินการที่ได้
402

