Page 467 - SRT RP_Final Report_221107
P. 467
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
17
จัดเก็บจากประชาชนที่ใช้บริการนั้น (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 689/2550 ) หรือสิทธิในการ
แบ่งปันรายได้ กำไร หรือผลประโยชน์ใด ๆ ระหว่างภาครัฐและเอกชน (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่อง
18
เสร็จที่ 182/2549 และที่577/2544) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กรณีที่จะไม่ถือว่าเป็นการ “มอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียว โดย
วิธีการอนุญาต หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด” ตามนัยที่ปรากฏข้างต้น จะต้องเป็นโครงการที่หน่วยงานของรัฐ
เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด หรือไม่ปรากฏว่าต้องมีกรณีที่ต้องอนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด
ให้แก่เอกชนในการประกอบกิจการ รวมทั้งไม่ปรากฏว่ามีการร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุนไม่ว่าในทางตรงหรือ
ทางอ้อมด้วย ทั้งนี้ มีแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎาที่น่าสนใจในประเด็นดังกล่าว ดังนี้
• กทม. จะว่าจ้างให้เอกชนเดินรถไฟฟ้า โดยเป็นผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย
เองทั้งหมด เพียงแต่ทำการจ้างเอกชนเดินรถโดยเอกชนจะได้รับค่าจ้างเป็นการตอบแทนเท่านั้น และไม่ปรากฏว่า
เอกชนได้รับค่าตอบแทนอื่นใด นอกจากค่าจ้าง หรือต้องร่วมรับผลกำไรหรือขาดทุนไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อม
ด้วยแล้ว การจ้างดังกล่าวจึงไม่เป็นการร่วมลงทุนกับเอกชน และเมื่อการจ้างเอกชนมาเดินรถไม่มีกรณีที่ต้อง
อนุญาต หรือให้สัมปทาน หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใดให้แก่เอกชนในการประกอบกิจการ การจ้างในลักษณะ
ดังกล่าวจึงไม่เป็นการ “ร่วมงานหรือดำเนินการ” (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ 222/2550)
• ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาแรงงานและวัสดุ เครื่องมือเครื่งอใช้ ตลอดจน
อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในงานตามสัญญาดำเนินการลดน้ำสูญเสีย โดยตกลงดำเนินการซ่อมแซมท่อประปาที่แตก
หรือรั่ว เปลี่ยนท่อประปา และปรับปรุงระบบท่อให้ทันสมัย เพื่อลดน้ำสูญเสีย โดยได้รับค่าจ้างตามที่กำหนดไว้ใน
สัญญา ซึ่งกำหนดวิธีการคำนวณตามผลสำเร็จของงานกับให้มีค่าตอบแทนพิเศษเพิ่มขึ้นในกรณีที่สามารถทำงาน
ได้ผลดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในสัญญา เห็นว่า วิธีการคำนวณทั้งสองกรณีเป็นวิธีการที่กำหนดขึ้นเพื่อจูงใจให้
ผู้รับจ้างดำเนินงานตามสัญญาให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น มิได้มีลักษณะเป็นการให้สิทธิในการแบ่งปัน
รายได้ กำไร หรือผลประโยชน์ใด ๆ ระหว่าง กปน. และผู้รับจ้างแต่อย่างใด และในเมื่อการว่าจ้างเอกชนดำเนินการ
17 เรื่องเสร็จที่ 689/2550 “สัญญาปรับปรุงโครงข่ายโทรัพท์เคลื่อนที่ฯ ระหว่าง บมจ. ทีโอที กับกิจการร่วมค้า Consortium Starcom มี
สาระสำคัญเป็นการให้กิจการร่วมค้าฯ ปรับปรุงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ฯ ขอ บมจ. ทีโอที โดยเอกชนตกลงออกแบบ จัดหา ติดตั้งอุปกรณ ์
ุ
ื่
เพอให้ในการปรับปรง รวมทั้งเป็นผู้ลงทุนและรับผิดชอบในการปรับปรุงพัฒนาโครงข่ายทั้งหมด นอกจากนี้ เอกชนได้ตกลงที่จะดำเนินการด้าน
การตลาดบริการโทรศัพท์สาธารณะ โดยเอกชนเป็นผู้จัดหาเครื่องอุปกรณ์สาธารณะ ตลอดจนอุปกรณ์ที่ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับทำการตลาดและ
รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และจะต้องมอบส่วนแบ่งรายได้เป็นอัตราร้อยละจากการดำเนินการดานการตลาดให้บมจ. ทีโอที จึงเห็นว่า การ
ดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นกรณีที่ บมจ. ทีโอที ได้มอบให้เอกชนลงทุนแต่ฝ่ายเดียวโดยวิธีการอณุญาต หรือให้สิทธิไม่ว่าในลักษณะใด”
ิ
18 เรื่องเสร็จที่ 182/2549 “การให้บรษัทเซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนาฯ เช่าที่ดินของ รฟท. เพื่อดำเนินการตามโครงการใช้ประโยชน์ที่ดินในทางพาณิชย์
เป็นระยะเวลา 30 ปี โดยเอกชนจะเป็นผู้ก่อสร้างก่อสร้างอาคาร สิ่งก่อสร้าง อุปกรณ์ ส่วนควบ และระบบสาธารณปโภคที่ใช้ในการดำเนินโครงการ
ู
ื
ทั้งหมด ซึ่งจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของหน่วยงานของรัฐ (รฟท.) ทั้งหมด เมื่อสัญญาสินสุดลง จึงเห็นว่า เป็นการให้เอกชน “ร่วมงานหรอดำเนินการ”
ใน “กิจการของรัฐ” ตามบทนิยามที่บัญญัติไว้มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐฯ “
403

