Page 1107 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 1107
3
์
ึ
ี
เรยนเก่งยังขาดโอกาสทจะได้รบการเสรมประสบการณการเรยนรให้มากข้นตามความสามารถ ส่วน
ั
ี
ี
ู
่
ิ
้
นักเรยนทเรยนอ่อนก็เรยนไม่ทันเพือนท าให้เกิดความท้อแท้และเบอหน่ายการเรยน
ี
ื
ี
่
่
ี
ี
่
ี
้
ู
ื
ุ
ู
่
่
รปแบบการเรยนรทเกียวข้องกับกระบวนการเรยนและการจ าของมนษย์ทน่าสนใจ คอการเรยนร ู ้
ี
ี
ี
่
ี
ี
ิ
ี
ี
โดยใช้แนวคดของกาเย่ (Robert Gagne, 1985) แนวคดน้มหลักการ แนวคดการเรยนรและความสามารถด้าน
ิ
ิ
้
ี
ู
่
่
ึ
ั
ี
ื
ึ
ุ
ต่าง ๆ ของมนษย์ ซงมอยู่ 5 ประเภท คอ 1)ทักษะทางปญญา (Intellectual skill) ซงประกอบด้วยการจ าแนก
ี
้
้
้
ี
แยกแยะการสรางความคดรวบยอด การสรางกฎ การสรางกระบวนการหรอกฎชั้นสง 2) กลวิธในการเรยนร ู ้
ู
ิ
ื
(Cognitive strategy) 3) ภาษาหรอค าพูด (verbal information) 4) ทักษะการเคลอนไหว (motor skills) และ 5)
ื
ื่
ุ
้
เจตคต (attitude) ในกระบวนการเรยนรและจดจ าของมนษย์ กาเย่ ได้เสนอแนะว่า ควรมการจัดสภาพการ
ี
ี
ู
ิ
ี
เรยนการสอนให้เหมาะสมกับการเรยนรแต่ละประเภท ซงมลักษณะเฉพาะทแตกต่างกัน และส่งเสรม
ึ
ิ
่
้
ี
ี
่
ู
ี
ื
ี
้
ี
ี
ู
ู
กระบวนการเรยนรภายในสมอง โดยการจัดสภาพภายนอกให้เอ้อต่อกระบวนการเรยนรภายในของผู้เรยน
้
ื
ุ
ี
ู
้
แนวคดการเรยนรของกาเย่ ม 9 ขั้น คอ เร่งเราความสนใจ (Gain Attention) บอกวัตถประสงค์
ี
้
ิ
้
ู
ื
(Specify Objective) ทบทวนความรเดม (Activate Prior Knowledge) น าเสนอเน้อหาใหม่ (Present New
ิ
Information) ช้แนะแนวทางการเรยนร (Guide Learning) กระต้นการตอบสนองบทเรยน (Elicit Response)
ี
ุ
้
ู
ี
ี
ุ
ให้ข้อมลย้อนกลับ (Provide Feedback) ทดสอบความรใหม่(Assess Performance) สรปและน าไปใช้
้
ู
ู
ู
(Review and Transfer) (ภัทรพงศ์ ค่กระสังข์ , 2551)
้
์
ี
ื่
ิ
ื
อกเรองหนงทวิชาคอมพิวเตอรมาใช้ในการเพิ่มการเรยนรคอการพัฒนาความคดสรางสรรค์
ู
ี
ึ
่
่
ี
้
ี
ึ
ความคดสรางสรรค์เปนสมรรถภาพทางด้านสมองทมอยู่ในตัวของมนษย์ทกคน จะมมากหรอมน้อย ข้นอยู่กับ
ุ
ี
่
ี
ิ
็
้
ื
ี
ุ
ุ
ี
ิ
์
แต่ละบคคล (วีณา ประชากูล, 2549, น.14-21) ทอแรนซ (E. Paul Torrance) ได้ให้แนวคดว่าหากได้ มการ
พัฒนาความคดสรางสรรค์และฝกฝนในเดกยิ่งเรวเท่าใดยิ่งเปนการด เพราะวัยเดกเปนช่วงทมความคด
็
ึ
็
้
ิ
ิ
็
ี
่
ี
็
ี
็
ู
ึ
จนตนาการสงจนสามารถพัฒนาศักยภาพความคดสรางสรรค์เพิ่มข้นได้ ซงสอดคล้องกับจดม่งหมาย และ
ุ
ุ
้
่
ิ
ึ
ิ
ิ
ี
ี
่
ิ
ึ
ิ
หลักการตามพระราชบัญญัตการศกษาแห่งชาต พ.ศ. 2542 ทในการจัดการเรยนการสอนควรส่งเสรมให้ผู้เรยน
ี
้
ิ
ิ
ี
่
ื
ู
้
มความคดสรางสรรค์ ใฝรใฝเรยนและ เรยนรด้วยตนเองอย่างต่อเนอง (กัลยา อัมพปฏภาค, 2547:10-13)
ี
่
ี
่
ู
้
ี
ี
่
ี
ั
ิ
ิ
ิ
ิ
้
ความคดสรางสรรค์ มองค์ประกอบส าคัญทได้รบอทธพลพื้นฐานมากจากทฤษฎโครงสรางทางสตปญญาของ
ั
้
ื
กิลฟอรด (Guilford)ทอธบายไว้ว่า ความคดสรางสรรค์เปนความสามารถทางสมองทคดได้ หลายทศทางหรอ
ิ
่
ี
ิ
์
่
ี
ิ
ิ
้
็
ี
ิ
ิ
เรยกว่า“ลักษณะการคดแบบอเนกนัย (Divergent Thinking)” โดยมองค์ประกอบของความคดสรางสรรค์ คอ
ื
้
ี
ิ
ิ
ั
1) ความคดคล่องแคล่ว (Fluency) เปนความสามารถในการคดหาแนวทางทคล้ายกันในการแก้ปญหา ได้หลาย
็
ี
่
็
ี
ิ
ี
่
แนวทางในเวลาทก าหนด 2) ความคดยืดหยุ่น (Flexibility) เปนความสามารถในการหาแนวทางทไม่ซ ้ากันได้
่
หลายแนวทางในการแก้ปญหา 3) ความคดรเร่ม (Originality) เปนความคดทแปลกแตกต่างจากความคดเดม
ิ
ิ
่
ั
ิ
็
ี
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ึ
่
้
ู
ิ
ิ
ซงไม่เหมอนใครอาจเกิดจากการน าความรเดมมาคดดัดแปลงและประยุกต์ให้เกิดเปนส่งใหม่ข้น ความคดรเร่ม
ิ
็
ึ
ิ
ื
ี
ึ
ั
่
จงเปนลักษณะความคดทเกิดข้นเปนคร้งแรก ความคดทเกิดข้นด้วยการอาศัยความกล้าคด กล้าลอง 4) ความคด
ิ
ึ
ึ
็
่
ิ
ิ
็
ี
ิ
ี
็
ี
ิ
็
่
่
่
ละเอยดลออ (Elaboration) เปนความคดในรายละเอยดต่างๆทเกียวข้องกับความเปนไปได้ทจะน าความคดนั้น
ิ
ี
ี
1088

