Page 725 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 725
8
ั
ู
จากการศกษาพบว่าในขั้นตอนการร่างรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 โดย
ึ
่
ื
ิ
ื
่
่
ึ
ั
ี
ิ
สภาร่างรฐธรรมนญได้มแนวความคด 2 ฝาย คอฝายหนงเหนว่า ควรตัดบทบัญญัตเรองแนวนโยบายพื้นฐาน
็
ู
่
ี
็
ิ
ั
็
ี
ื
่
ี
่
ี
่
ี
แห่งรฐด้านเศรษฐกิจออกทั้งหมด ส่วนอกฝายต้องการให้มบทบัญญัตน้แต่ก็ยังเปนประเดนทถกเถยงกันเรอง
ี
ั
ึ
สภาพบังคับของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐกันอย่างมาก โดยมการเสนอให้มสภาพบังคับสงสดถงขั้นว่า
ู
ุ
ี
้
ั
ิ
ี
ิ
้
ี
่
ั
ั
ิ
ก าหนดให้เปนหน้าทของรฐ และให้ประชาชนมสทธฟองรองรฐบาลได้หากรฐบาลมได้ด าเนนนโยบายตาม
ิ
็
ั
บทบัญญัตในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐ ได้ก าหนดให้แนวนโยบายของรฐถอเปนหน้าทต่อ
ั
ี
่
ื
็
ิ
ี
ื
สาธารณะ ซงท าให้มผลบังคับคอถ้าไม่มการออกกฎหมายตามแนวนโยบาย ประชาชนผู้มส่วนได้เสย
ี
ี
ี
่
ึ
สามารถยืนฟองหน่วยงานของรฐทไม่บังคับกฎหมายนั้นต่อศาลปกครองได้ นอกจากน้แล้วกฎหมายใดทไม่
่
้
ี
ี
่
่
ี
ั
ี
็
ี
่
ื
่
็
่
ั
ตรงตามแนวนโยบายแห่งรฐใช้บังคับไม่ได้ แต่เนองจากมฝายทไม่เหนด้วยเปนจ านวนมากเพราะนอกจากจะ
ี
็
ั
ี
ื
เปนการก าหนดผูกมัดรฐบาลมากจนเกินไปและหากต้องการให้มผลผูกพันหรอมสภาพบังคับประการได้
มากกว่าจะเปนแนวทางการก าหนดนโยบายของรฐบาลก็ควรไปบัญญัตไว้ในหมวดสทธและเสรภาพ อกทั้ง
ิ
ิ
็
ิ
ี
ั
ี
้
ึ
ื
ต้องพิจารณาถงความพรอมของรฐด้วยว่ามงบประมาณเพียงพอหรอไม่
ี
ั
ส าหรบรฐธรรมนญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้ให้ความส าคัญเกียวกับ
ั
ู
่
ั
็
ื
ั
แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐโดยก าหนดให้ถอว่าเปนเจตจ านงค์ของรฐและได้แบ่งแนวนโยบายพื้นฐานแห่ง
ั
ี
ี
ั
รฐออกเปนด้านต่าง ๆ อย่างชัดเจน และมบทบัญญัตก าหนดให้คณะรฐมนตรก่อนจะเข้าบรหารราชการ
ิ
็
ั
ิ
่
ิ
ั
ิ
แผ่นดนต้องช้แจงต่อรฐสภาให้ชัดแจ้งว่าจะด าเนนการใด ในระยะเวลาใด เพือบรหารราชการแผ่นดนให้
ิ
ิ
ี
็
ั
ั
เปนไปตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรฐ และต้องจัดท ารายงานแสดงผลการด าเนนการ รวมทั้งปญหาและ
ิ
ั
ิ
ิ
่
อปสรรค เสนอต่อรฐสภาปละหนงคร้ ัง และในการบรหารราชการแผ่นดน คณะรฐมนตรต้องจัดให้ม ี
ี
ึ
ั
ี
ุ
ี
แผนการตรากฎหมายทจ าเปนต่อการด าเนนการตามนโยบายและแผนการบรหารราชการแผ่นดน ถ้า
ิ
็
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ี
็
ั
คณะรฐมนตรไม่แถลงนโยบายต่อรฐสภาก็ไม่สามารถเข้าบรหารราชการแผ่นดนต่อได้ ซงถอว่าเปนการ
ื
่
ึ
ั
ควบคมรฐบาลก่อนเข้าท าหน้าทโดยรฐสภา ซงเมอรฐบาลเข้าท าหน้าทแล้วการควบคมรฐบาลโดยรฐสภาก็
่
ั
ื
ี
ั
่
ุ
ั
ี
่
ุ
่
ึ
ั
ั
ึ
ี
ุ
ู
สามารถท าได้โดยการตั้งกระท้ถาม การตั้งกระท้ถามโดยอาจให้ตอบกระท้ถามในทประชมสภาซงเรยกว่า
่
ู
่
ี
ู
กระท้ถามสด หรอให้ตอบในราชกิจจานเบกษาก็ได้ และการควบคมรฐบาลโดยเปดอภปรายทั่วไปเพือลงมต ิ
ิ
ื
ิ
ุ
ุ
ู
่
ั
ี
่
ั
ั
ุ
็
ึ
ื
ไม่ไว้วางใจนายกรฐมนตร หรอไม่ไว้วางใจรฐมนตรเปนรายบคคล ซงการไม่ไว้วางใจนั้นม 2 ประการ
ี
ี
ึ
กล่าวคอ ประการทหนงเปนกรณทไม่ไว้วางใจด้านนโยบายของรฐบาล และประการทสองคอไม่ไว้วางใจ
ื
ี
่
ี
่
่
็
ี
ื
่
ั
ี
ี
ื
ั
ั
พฤตกรรมของนายกรฐมนตรหรอรฐมนตรแล้วแต่กรณ โดยการขอเปดอภปรายไม่ไว้วางใจนายกรฐมนตร ี
ิ
ิ
ี
ั
ี
ิ
ี
ั
ุ
ั
ี
ิ
่
นั้นมหลักการว่าผู้เสนอขอเปดอภปรายไม่ไว้วางใจนายกรฐมนตรจะต้องเสนอบคคลทจะเปนนายกรฐมนตร ี
็
ี
ิ
ั
่
ี
ู
คนต่อไปด้วย เพราะถ้านายกรฐมนตรทถกอภปรายไม่ไว้วางใจและสภามมตไม่ไว้วางใจก็ต้องพ้นจาก
ิ
ี
ี
ิ
ู
่
ื
ี
็
ี
ั
ี
ั
ต าแหน่งนายกรฐมนตร เช่นน้ถอว่าเปนบทบังคับของรฐธรรมนญทจะก าหนดกลไกการตรวจสอบการ
่
ี
ั
ี
ี
ิ
ท างานของรฐบาลทมความส าคัญอย่างยิ่งต่อประเทศทปกครองด้วยระบอบประชาธปไตยทมกฎหมาย
่
ี
ี
่
706

