Page 114 - เอกสารคำสอน ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา
P. 114

แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิดและการคิดวิเคราะห์

                            ประเภทของการคิดและการคิดวิเคราะห์

                            ประเภทของการคิด มี 2 ประเภท (กันยา สุวรรณแสง, 2542, น. 112-114; Witkin; et.

                   1974, p. 39 อ้างอิงใน ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ, 2556, น. 8; Hilgard,1962, p. 336-342) ดังนี  ้
                           1. การคิดแบบไม่มีทิศทาง (Association Thinking) เป็นการคิดที่ไม่มีเป้าหมาย เป็นการ

                   คิดแบบไม่ขึ้นกับสภาพรอบข้าง เป็นการคิดที่ถือเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ต้องใช้ข้อมูลจาก

                   ภายนอก ยึดเอาเหตุผลและสิ่งที่ปรากฏเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ไม่มีขั้นตอนในการคิด และ
                   ไม่ต้องการผลของการคิด เช่น การคิดแบบเชื่อมโยง เป็นการคิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ในอดีตกบ
                                                                                                    ั
                   ปัจจุบัน การคิดโดยการถูกสั่ง เป็นการคิดตามคำสั่งหรือเป็นแนวทางบอกให้คิด การคิดแบบ

                   ฝันหวาน เป็นการคิดป้องกันตนเองให้ตนรู้สึกพอใจในขณะที่ตื่นอยู่ การคิดฝัน เป็นการคิด
                   ตอบสนองต่อสิ่งเร้าขณะหลับจากจิตใต้สำนึก การคิดฟุ้งซ่าน เป็นการคิดตามอารมณ์ เป็นการ

                   คิดเรื่องของตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

                            2. การคิดแบบมีทิศทาง (Directed Thinking) เป็นการคิดที่มีจุดมุ่งหมาย หรือคิดจาก
                   สิ่งที่ผู้เรียนได้กำหนดขึ้น โดยใช้ความรู้พื้นฐานในการคิดอย่างใดอย่างหนึ่งให้บรรลุจุดมุ่งหมาย

                   เพื่อหาคำตอบ หรือแก้ปัญหา เป็นการคิดแบบขึ้นกับสภาพรอบข้าง เป็นการคิดที่อาศัยข้อมล
                                                                                                    ู
                   จากภายนอก อาศัยความรู้และประสบการณ์ของตนเองเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ เช่น
                   การคิดแบบวิจารณ์หรือการคิดแบบวิพากษ์ (Critical Thinking) เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ความ

                   ถูกต้อง การคิดแบบอนุมาน (Deductive Thinking) เพื่อพิจารณาเหตุผลของเรื่องทั่วไปสู่การ

                   สรุปเป็นหลักการ การคิดแบบอุปมาน (Inductive Thinking) เพื่อพิจารณาเหตุผลเฉพาะเรื่องส ู ่

                   การสรุปเป็นหลักการทั่วไป การคิดแบบสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เพื่อพิจารณาวิธีการ
                   สร้างสิ่งใหม่ด้วยวิธีการคิดใหม่ การคิดแก้ปัญหา (Problem Solving)  เพื่อพิจารณาแนวทางที่ดี

                   ที่สุดในการแก้ไขปัญหา และการคิดแบบมีเหตุผล (Reasoning Thinking) เพื่อพิจารณา

                   ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล ทั้งแบบอุปมานและอนุมาน (Deductive and Inductive
                   Thinking) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความก้าวหน้าในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

                            ประเภทการคิดวิเคราะห์โดยทั่วไป มี 3 ประเภท (Bloom, 1956, pp. 201-207)  ดังนี  ้

                            1. การวิเคราะห์ความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ (Analysis of Element) เป็นการแยกแยะสิง
                                                                                                     ่
                   ที่สำคัญและจำเป็น ได้แก่

                               1.1 วิเคราะห์ชนิด เป็นการระบุชนิดหรือลักษณะสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นแบบใด

                               1.2 วิเคราะห์สิ่งสำคัญ เป็นการระบุสาระสำคัญสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร
                               1.3 วิเคราะห์เลศนัย เป็นการระบุสิ่งที่แอบแฝงอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ว่าคืออะไร



                   เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6)  เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์     หน้า 86


                                                                           ุ
                                               ึ
                                                                        ิ
              86   เอกสารค�าสอน ประเด็นคัดสรรทางการศกษา | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รักษต สทธิพงษ ์
   109   110   111   112   113   114   115   116   117   118   119