Page 115 - เอกสารคำสอน ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา
P. 115
แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการคิดและการคิดวิเคราะห์ 2. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Analysis of Relationship) เป็นการหาความสัมพันธ ์
ประเภทของการคิดและการคิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงกันของสิ่งต่าง ๆ
ั
ประเภทของการคิด มี 2 ประเภท (กันยา สุวรรณแสง, 2542, น. 112-114; Witkin; et. 2.1 วิเคราะห์ชนิดของความสัมพันธ์ เป็นการระบุว่าสิ่งนั้นมีความสอดคล้องกน
1974, p. 39 อ้างอิงใน ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ, 2556, น. 8; Hilgard,1962, p. 336-342) ดังนี ้ หรือไม่ หรือมีความแตกต่างกันอย่างไร เช่น คำกล่าวข้อใดสรุปผิด การกระทำใดไม่ถูกต้อง
1. การคิดแบบไม่มีทิศทาง (Association Thinking) เป็นการคิดที่ไม่มีเป้าหมาย เป็นการ 2.2 วิเคราะห์ขนาดของความสัมพันธ์ เป็นการระบุว่าสิ่งนั้นมีความเชื่อมโยง
คิดแบบไม่ขึ้นกับสภาพรอบข้าง เป็นการคิดที่ถือเอาตนเองเป็นศูนย์กลาง ไม่ต้องใช้ข้อมูลจาก เกี่ยวข้องกันมากน้อยเพียงใด หรือมีการเรียงลำดับกันอย่างไร เช่น จำนวน ขนาด เวลา น้ำหนัก
ภายนอก ยึดเอาเหตุผลและสิ่งที่ปรากฏเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจ ไม่มีขั้นตอนในการคิด และ 2.3 วิเคราะห์ขั้นตอนของความสัมพันธ์ เป็นการระบุว่ามีลำดับขั้นตอนของการทำ
ั
ไม่ต้องการผลของการคิด เช่น การคิดแบบเชื่อมโยง เป็นการคิดเชื่อมโยงเหตุการณ์ในอดีตกบ สิ่งนั้น ตามขั้นตอนก่อนหลังอย่างไร เช่น วงจรของสิ่งต่าง ๆ เริ่มต้นและจบวงจรอย่างไร
ปัจจุบัน การคิดโดยการถูกสั่ง เป็นการคิดตามคำสั่งหรือเป็นแนวทางบอกให้คิด การคิดแบบ 2.4 วิเคราะห์จุดประสงค์และวิธีการ เป็นการระบุว่าสิ่งนั้นมีจุดมุ่งหมายและวิธีการ
ฝันหวาน เป็นการคิดป้องกันตนเองให้ตนรู้สึกพอใจในขณะที่ตื่นอยู่ การคิดฝัน เป็นการคิด อย่างไร และเพื่ออะไร เช่น ทำไมต้องเรียน เรียนแล้วได้อะไร เรียนอย่างไรให้ได้เกรด A
ตอบสนองต่อสิ่งเร้าขณะหลับจากจิตใต้สำนึก การคิดฟุ้งซ่าน เป็นการคิดตามอารมณ์ เป็นการ 2.5 วิเคราะห์สาเหตุและผล เป็นการระบุว่าสิ่งใดเป็นเหตุสิ่งใดเป็นผล ถ้าทำสิ่งหนึ่ง
คิดเรื่องของตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือไม่ทำสิ่งเหนึ่ง หรือทำทั้งสองสิ่ง ผลจะเป็นอย่างไร มีเหตุผลหรือมีความขัดแย้งกัน
2. การคิดแบบมีทิศทาง (Directed Thinking) เป็นการคิดที่มีจุดมุ่งหมาย หรือคิดจาก 2.6 วิเคราะห์ความสัมพันธ์แบบอุปมาอุปไมย เป็นการระบุว่าอะไรเป็นสิ่งที่มี
สิ่งที่ผู้เรียนได้กำหนดขึ้น โดยใช้ความรู้พื้นฐานในการคิดอย่างใดอย่างหนึ่งให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ลักษณะหรือประเภทที่คล้ายกัน หรือเป็นของคู่กัน เช่น ดินสอคู่กับยางลบ ความคิดคืออาวุธ
ู
เพื่อหาคำตอบ หรือแก้ปัญหา เป็นการคิดแบบขึ้นกับสภาพรอบข้าง เป็นการคิดที่อาศัยข้อมล 3. การวิเคราะห์เชิงหลักการ (Analysis of Organizational Principles) เป็นการค้นหา
จากภายนอก อาศัยความรู้และประสบการณ์ของตนเองเป็นส่วนประกอบในการตัดสินใจ เช่น ระบบการทำงานและโครงสร้างของสิ่งต่าง ๆ ว่าสามารถดำรงสภาพอยู่ได้อย่างไร มีหลักการ
การคิดแบบวิจารณ์หรือการคิดแบบวิพากษ์ (Critical Thinking) เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริง ความ และแนวคิดอะไร เช่น วิเคราะห์โครงสร้าง ว่ามีลักษณะและกระบวนการทำงานอย่างไร หรือมี
ถูกต้อง การคิดแบบอนุมาน (Deductive Thinking) เพื่อพิจารณาเหตุผลของเรื่องทั่วไปสู่การ ส่วนประกอบอะไรบ้าง วิเคราะห์หลักการ ว่ามีหลักการสำคัญอะไร ใช้ความรู้สรุปเป็นหลักการ
์
สรุปเป็นหลักการ การคิดแบบอุปมาน (Inductive Thinking) เพื่อพิจารณาเหตุผลเฉพาะเรื่องส ู ่ ประเภทของการวิเคราะหในทางปฏิบัติ ซึ่งมี 5 ประเภท (Marzano, 2001, p. 60)
การสรุปเป็นหลักการทั่วไป การคิดแบบสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เพื่อพิจารณาวิธีการ ดังนี ้
สร้างสิ่งใหม่ด้วยวิธีการคิดใหม่ การคิดแก้ปัญหา (Problem Solving) เพื่อพิจารณาแนวทางที่ดี 1. การจำแนก เป็นการแยกแยะส่วนต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ที่มีต่างกันออกจากกัน
ที่สุดในการแก้ไขปัญหา และการคิดแบบมีเหตุผล (Reasoning Thinking) เพื่อพิจารณา 2. การจัดหมวดหมู่ เป็นการจัดสิ่งที่มีลักษณะเหมือนกันให้เข้ามาอยู่กลุ่มเดียวกัน
ความสัมพันธ์ของข้อมูลที่เป็นเหตุเป็นผล ทั้งแบบอุปมานและอนุมาน (Deductive and Inductive 3. การสรุป เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลเก่าและใหม่อย่างมีเหตุผล
Thinking) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความก้าวหน้าในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน 4. การประยุกต์ เป็นการนำแนวคิดและทฤษฎีมาใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ใหม่
ประเภทการคิดวิเคราะห์โดยทั่วไป มี 3 ประเภท (Bloom, 1956, pp. 201-207) ดังนี ้ 5. ด้านการคาดการณ์ เป็นการเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยใช้ประสบการณ์
่
1. การวิเคราะห์ความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ (Analysis of Element) เป็นการแยกแยะสิง สรุปได้ว่า ประเภทของการคิด มี 2 ประเภท คือ การคิดแบบไม่มีทิศทาง และการคิด
ที่สำคัญและจำเป็น ได้แก่ แบบที่มีทิศทาง การคิดวิเคราะห์จัดอยู่ในการคิดเป็นแบบมีทิศทาง ซึ่งสามารถแบ่งเป็นประเภท
1.1 วิเคราะห์ชนิด เป็นการระบุชนิดหรือลักษณะสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นแบบใด ของการวิเคราะห์อย่างกว้าง ๆ ได้ 3 ประเภท คือ การวิเคราะห์ความสำคัญ การวิเคราะห์
1.2 วิเคราะห์สิ่งสำคัญ เป็นการระบุสาระสำคัญสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์และการวิเคราะห์หลักการ เป็นการระบุหลักเกณฑ์ หรือวิธีการที่ใช้ในการ
1.3 วิเคราะห์เลศนัย เป็นการระบุสิ่งที่แอบแฝงอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ว่าคืออะไร วิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หรือคำตอบที่ตรงต้องการ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ในทางการศึกษาได้
เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6) เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์ หน้า 86 เอกสารคำสอน รายวิชา 161423 ประเด็นคัดสรรทางการศึกษา 3(3-0-6) เรียบเรียงโดย ผศ.ดร.รักษิต สุทธิพงษ์ หน้า 87
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รักษต สทธิพงษ | เอกสารค�าสอน ประเด็นคัดสรรทางการศกษา 87
ึ
์
ิ
ุ

