Page 170 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 170
ข้นท 3 การทําตามความเห็นชอบของผูอน (Interpersonal Concordance) – ฉัน
้
่
ี่
ื
ั
อยากเอาใจใครสักคน
ิ
ี
ี
ในช่วงอายุนี้ เหตุผลท่สําคัญในการท่เด็กจะตัดสินใจกระทําหรอไม่กระทําพฤติกรรมเกด
ื
ื
้
ิ
ี
ื
็
่
ู
ี่
ั
จากการทเด็กรสึกว่า สิ่งทตัดสินใจกระทําหรอไม่นั้นไดรบความเหนชอบ ยนยอม หรอเปนไปตามท ี่
็
้
บุคคลรอบขางคาดหวังหรอยอมรบหรือไม่ ดังนั้น เด็กในช่วงอายุ 10 ถง 13 ปี มักมพฤติกรรมคลอย
ั
้
ี
ึ
้
ื
้
่
ํ
ี
็
ื
ื
ตามพฤติกรรมเลยนแบบ หรอพฤติกรรมททาใหตนเปนจุดเด่น เพอเรยกรองความสนใจและการ
้
ี
่
ี
ํ
่
ื
ื่
่
ี
้
ยอมรบจากผูอนโดยเฉพาะเพอน สาหรบเด็กบางคน การทจะเปนทยอมรบจากเพอนทําใหตนตอง
ั
ี
ั
ื่
้
็
้
่
ั
ู
ึ
ี
้
ื
็
่
ี่
้
แสดงพฤติกรรมทเด่น รสึกว่าตนเปนผูใหญ ซึ่งอาจรวมถงพฤติกรรมไม่น่าปรารถนาหรอเบ่ยงเบน
่
เช่น พฤติกรรมการขับรถซิง พฤติกรรมการเสพสารเสพติด เป็นตน
้
่
หากเด็กๆ หยุดชะงักจรยธรรมอยูในขั้นน้ เมอโตขึ้น พวกเขาจะกระทําการใดๆ โดยเห็นแก ่
ี
ื
ิ
่
เครือญาติหรือพวกพองเพอนฝูงมากกว่าทจะตัดสินใจกระทาสิงใด เพราะเห็นแกส่วนรวมเปนหลัก
ํ
้
่
่
็
่
ี
่
ื
์
็
ื
์
้
พวกเขาจะเลอกยึดเอาผลประโยชนของตนหรอพวกพองเปนหลักมากกว่าเอาประโยชนของ
ื
้
ี่
ํ
ี
ิ
ี
ี่
ี
้
ิ
ี่
ี
็
ส่วนรวมเปนหลัก พวกเขาจะพลาดการมชวตทมคุณค่าและมความหมายทแทจรง เด็กๆทตองทา
้
้
ี
ตามความกดดันน้จะตองเอาใจพ่อแม่ พวกเขาจะสูญเสียโอกาสการคนพบตัวเอง และไม่พึงพอใจ
ื
ี
ี่
ี
ี
กับชวิตของตนจนอาจถึงขั้นเกลยดตัวเองในทสุด เป้าหมายของการศึกษาคาทอลิก คอ ใหนักเรยน
้
ู
เติบโตจนเต็มศักยภาพของเขา ครนักเดินทางสายไตรตรองย่อมไม่ปล่อยใหนักเรยนหยุดชะงักการ
ี
้
่
ิ
ี
้
เติบโตทางจรยธรรมของนักเรยนไวในขั้นน้ ี
ข้นท 4 การทําตามหนาทและกฎขอบงคบในสงคม (Law and Order) – ฉันปฏบัติ
ิ
ี่
ั
ั
ั
้
ั
ี
้
่
็
ตามกฎ เพราะมันเปนกฎ
จรยธรรมในขั้นน้เปนจรยธรรมทสูงกว่าขั้นท 3 บุคคลกระทาสิ่งต่างๆ ตามกฎระเบียบหรอ
ี
ิ
่
ํ
ื
็
ี
่
ิ
ี
ื
ี
่
่
ิ
ื
่
ํ
้
ี
ํ
หนาททสังคมกาหนด โดยไม่คานึงถงเครือญาติหรอพวกพองเพอนฝูง จรยธรรมในขั้นน้เปน
ึ
้
ี
็
ิ
จรยธรรมของเด็กอายุ 13 ถง 16 ปี เช่น การปฏบัติตามกฎระเบยบโรงเรยน การปฏบัติตามกฎ
ี
ิ
ี
ึ
ิ
ิ
์
ื
จราจร การปฏบัติตามกฎระเบยบขององคการหรอหน่วยงาน การประพฤติปฏบัติตามศีล 5 เป็นต้น
ี
ิ
่
่
ี
้
หากเด็กๆ หยุดชะงักการพัฒนาเหตุผลเชิงจรยธรรมอยูในขั้นน้ โดยการทอางกฎระเบยบ
ิ
ี
ี
ํ
ขอบังคับมาเปนประโยชนในการทจะกระทาหรอไม่กระทาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อันเปนเพยงการนาระเบยบ
ํ
์
ี
็
ี่
ื
็
ี
ํ
้
่
ื่
์
์
้
่
้
ทมนุษยตั้งขึ้นมาอางโดยไม่ดูผลประโยชนทแทจรงของส่วนรวมในเรองนั้น
ี
ิ
ี
148

