Page 233 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 233
้
3. การสรางบรรยากาศ
ี่
ิ
- สนทนาเกยวกับแรงเสยดทานในกจกรรมต่างๆ ในชวิตประจาวัน
ี
ํ
ี
้
- ใหนักเรยนดูภาพการออกแบบผลิตภัณฑ เช่น พ้นรองเทา ยางรถยนต ์
ื
้
์
ี
4. การนําเสนอบทเรยน (2 คาบ)
ี
้
์
4.1 การสรางประสบการณ (See) [LIKE]
- สนทนาเกยวกับแรงเสยดทานในกจกรรมต่างๆ ในชวิตประจาวัน เช่น การเดิน รถวิ่ง การ
ี
ี่
ี
ํ
ิ
้
ื
้
้
ํ
ลากของ การหยิบจับสิ่งของ ทาไมเราตองมลายมอ ลายเทา เป็นตน
ี
ี
ื
้
้
์
- ใหนักเรยนดูภาพการออกแบบ พ้นรองเทา ยางรถยนต แลวสนทนาซักถามว่า ทาไม
ํ
้
่
สิงของดังกล่าวจึงออกแบบในลักษณะน้?
ี
- ครตั้งคาถามว่า ถาออกแรงลากวัตถุบนพ้นลนกับพ้นฝด ผลจะเปนอย่างไร?
ํ
่
ื
ื
ู
ื
้
็
ื
ี
ั
ี
ี
่
้
ี
้
ี
- ใหนักเรยนตั้งสมมุติฐานว่า ปจจัยใดบางทมผลต่อแรงเสยดทาน และแรงเสยดทานม ี
ทิศทางอย่างไร?
- ใหนักเรยนแบ่งกลุมทากจกรรมการทดลอง หาค่าสัมประสิทธ์ ิความเสยดทานของพ้นผิว
้
ํ
ื
่
ี
ิ
ี
่
้
โดยแต่ละกลุมตองใชคูสัมผัสทแตกต่างกัน
้
่
่
ี
ํ
่
ุ
- นาผลการทดลองมาสรป และแต่ละกลุมนาเสนอผลการศึกษาของตนเอง
ํ
์
4.2 การคิดวินิจฉัยประสบการณ (Judge) (1 คาบ) [LIKE]
- ครอธบายถึงผลการทดลองของทุกกลุม เหตุผลทค่าสัมประสิทธ์ ิความเสยดทานของแต่
่
ิ
ี
ู
ี
่
่
์
ิ
ิ
้
ี
์
ละกลุมแตกต่างกัน โดยใชหลักการทางคณตศาสตรอธบายความความสัมพันธของแรงเสยด
ิ
ี่
ํ
ิ
ื
ทาน และแรงปฏกรยาทพ้นกระทากับวัตถุ
ิ
้
- ครใช้กฎการเคลอนทของนิวตัน ขอท 1 และ 3 อธบายแรงเสยดทานสถต และแรงเสยด
ิ
ิ
ู
ี
่
ื
ี
่
ี
่
ี
์
ี
ิ
ทานจลน และทิศทางของแรงเสยดทาน โดยวาดภาพประกอบการอธบาย
ู
่
ี
ี
ี
- ครใชกฎการเคลอนทของนิวตัน ขอท 2 อธบายเกยวกับแรงเสยดทานทมผลต่อการออก
ิ
ี
่
่
ี
้
้
่
่
ื
ี
ี
็
่
่
แรง และความเรวในการเคลอนท โดยวาดภาพประกอบการอธบาย
ื
ิ
้
้
่
ี
่
ี
ื
ื
ู
ี
- ครใหนักเรยนอ่านหนังสอ ..... หนา ..... เรอง ..... เพือใหนักเรยนศึกษา ขอดขอเสยของ
ี
้
้
้
แรงเสยดทาน การเพิม การลดแรงเสยดทานในแบบเรยน และครสนทนาซักถาม เพอใหได ้
ู
ื
่
่
้
ี
ี
ี
ขอสรุปร่วมกัน
้
ิ
ื
4.3 การลงมอปฏบัติ (Act) (1 คาบ)
ู
้
ี
้
ี
่
่
- ครใชคําถาม เพอใหนักเรยนรวมกันสรป ปจจัยทมผลต่อแรงเสยดทาน และทิศทางของ
ี
ี
ั
ื
ุ
่
ี
แรงเสยดทาน
ิ
่
- ใหแต่ละกลุมทาใบงาน การออกแบบ การทดลองหาสัมประสิทธ์ความเสยดทานระหว่าง
้
ํ
ี
่
ี่
คูผิวสัมผัสทนักเรยนสนใจ
ี
211

