Page 66 - 4. แสงสว่างของทางเลือกใหม่ในการจัดการเรียนรู้ (Final 11-4-16)
P. 66
ี
3. การจดกระบวนการเรยนดวย See-Judge-Act และ 4. การไตรตรองกอนจบคาบ
้
ั
่
่
เรยน
ี
ตรงน้ ฉันตอบตัวเองเลยว่า “ไม่เคยท า” แน่นอน ฉันลองน าไปใช้ แต่ฉันบอกได้เลยว่า
ี
ในขั้นเตรยมการสอนมันยากมากและใช้เวลาคดนานพอสมควร เพื่อการจัดกระบวนการและแบ่ง
ิ
ี
ื่
ี
ขั้นตอนให้เปน See-Judge-Act และการเตรยมค าถามในแต่ละขั้น แต่เมอน าไปใช้แล้ว ผลทได้รบ
ั
็
ี่
ิ
ิ
ื่
ู
ี
ค้มค่าจรงๆ ลกศษย์ของฉันไม่เกิดอาการความจ าเสอมด้านวิชาการ และไม่เกิดอาการตบตันทาง
ุ
ิ
ึ
ึ
สตปญญา ฉันประเมนได้จากไหนน่ะเหรอ ฉันอ่านจากการบันทกไตร่ตรองในสมดแบบฝกหัด
ิ
ั
ุ
ี
ี
ของนักเรยนทฉันให้นักเรยนตอบค าถาม เพื่อการไตร่ตรองก่อนจบคาบ
ี่
ู
ี
ี
ื
ฉันประเมนได้อย่างชัดเจนว่า นักเรยนได้เรยนรและเข้าใจเน้อหาและกระบวนการได้ด ี
ิ
้
ึ
เพียงใด แต่ฉันไม่เคยใช้บันทกการไตร่ตรองเพื่อการให้คะแนนนะ
4. การวัดและประเมินผล
ี
ฉันยังไม่ท าอะไรได้ไม่มากในหัวข้อน้ ส าหรบปการศกษาน้ เพราะปดภาคเรยนเสยก่อน
ี
ิ
ี
ี
ี
ั
ึ
ึ
่
ฉันต้องใช้แบบประเมนผลแบบเก่าๆ ไปก่อน แต่ได้ลองน าไปใช้ในชั่วโมง Home room ซง
ิ
ิ
ึ
ึ
ี
ได้ผลด ฉันตั้งใจว่าในปการศกษาหน้า ฉันจะน าไปใช้ให้มากข้นเพื่อให้การประเมนและวัดผล
ี
ื
็
ี
ิ
ี
ู
ื่
้
ไม่ใช่เปนเพียงการให้คะแนน แต่เปนเครองมอในการพัฒนาการเรยนรของนักเรยนอย่างแท้จรง
็
ประโยชนจากการน ากระบวนการเรยนการสอนทเน้นการไตร่ตรองไปใช้ต่อตนเองและ
ี่
์
ี
ต่อนักเรยน
ี
ตอตนเอง
่
1. ท าให้ฉันได้ทราบ และมั่นใจในการสอนว่า ฉันจะสอนเรองอะไร และสอนไปเพื่อ
ื่
ี
ิ
ี่
อะไร ได้ฝกตัวเองอยู่เสมอทจะคดหาวิธการสอนทหลากหลาย เพื่อจะประสบผลส าเรจในคาบ
ี่
็
ึ
สอนนั้นๆ
ุ
ี
ิ
ี่
ู
ี
ี่
ิ
ี
ี
ิ
2. เกิดความภมใจทนักเรยนน าส่งทเรยนไปใช้ได้ในชวิตจรงอย่างมความสข
ี
ี่
3. ตระหนักว่า กระบวนการไตร่ตรองไม่ใช่กระบวนการทใช้ได้แค่ห้องเรยน ส าหรบ
ั
์
ุ
ุ
ฉัน นับตั้งแต่ผ่านการอบรม “กระบวนการไตร่ตรองจะใช้ได้ทกสถานการณ ทกช่วงเวลาจน
ตลอดชวิต”
ี
44

