Page 134 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 134

[172]                                       134                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  modes of generation)
                  1. ชลาพุชะ (สัตวเกิดในครรภ คือ คลอดออกมาเปนตัว เชน คน โค สุนัข แมว เปนตน —

                  Jalàbuja: the viviparous; womb-born creatures)

                  2. อัณฑชะ (สัตวเกิดในไข  คือ  ออกไขเปนฟองกอนแลวจึงฟกเปนตัว  เชน  นก  เปด  ไก
                  เปนตน — Aõóaja: the oviparous; egg-born creatures)

                  3. สังเสทชะ (สัตวเกิดในไคล  คือ  เกิดในของชื้นแฉะหมักหมมเนาเปอย  ขยายแพรออกไปเอง
                  เชน  กิมิชาติบางชนิด —  Sa§sedaja: putrescence-born creatures; moisture-born

                  creatures)

                  4. โอปปาติกะ (สัตวเกิดผุดขึ้น คือ เกิดผุดเต็มตัวในทันใด ไดแก เทวดา สัตวนรก มนุษย
                  บางพวก และเปรตบางพวก ทานวา เกิดและตาย ไมตองมีเชื้อหรือซากปรากฏ — Opapàtika:


                  spontaneously born creatures; the apparitional)

                  D.III.230; M.I.73.                                             ที.ปา.11/263/242; ม.มู.12/169/147.

               [,,,] ราชสังคหวัตถุ 4 ดู [187] สังคหวัตถุของผูครองแผนดิน 4.
               [172] ลีลาการสอน  หรือ พุทธลีลาในการสอน  หรือ เทศนาวิธี 4



                  (การสอนของพระพุทธเจาแตละครั้ง แมที่เปนเพียงธรรมีกถา หรือการสนทนาทั่วไป ซึ่งมิใชคราว
                  ที่มีความมุงหมายเฉพาะพิเศษ  ก็จะดํ าเนินไปอยางสํ าเร็จผลดีโดยมีองคประกอบที่เปนคุณ

                  ลักษณะ 4 ประการ — Desanàvidhi: the Buddha’s style or manner of teaching)
                  1. สันทัสสนา (ชี้แจงใหเห็นชัด คือ จะสอนอะไร ก็ชี้แจงจํ าแนกแยกแยะอธิบายและแสดงเหตุ
                  ผลใหชัดเจน จนผูฟงเขาใจแจมแจง เห็นจริงเห็นจัง ดังจูงมือไปดูเห็นกับตา — Sandassanà:

                  elucidation and verification)

                  2. สมาทปนา (ชวนใจใหอยากรับเอาไปปฏิบัติ  คือ  สิ่งใดควรปฏิบัติหรือหัดทํ า  ก็แนะนํ าหรือ

                  บรรยายใหซาบซึ้งในคุณคา มองเห็นความสํ าคัญที่จะตองฝกฝนบํ าเพ็ญจนใจยอมรับ อยากลงมือ
                  ทํ า หรือนํ าไปปฏิบัติ — Samàdapanà: incitement to take upon oneself; inspiration

                  towards the goal)
                  3. สมุตเตชนา (เราใจใหอาจหาญแกลวกลา คือ ปลุกเราใจใหกระตือรือรนเกิดความอุตสาหะ

                  มีกํ าลังใจแข็งขัน มั่นใจที่จะทํ าใหสํ าเร็จจงได สูงาน ไมหวั่นระยอ ไมกลัวเหนื่อย ไมกลัวยาก —
                  Samuttejanà: urging; encouragement; animation; filling with enthusiasm)

                  4. สัมปหังสนา (ปลอบชโลมใจใหสดชื่นราเริง คือ บํ ารุงจิตใหแชมชื่นเบิกบาน โดยชี้ใหเห็นผล

                  ดีหรือคุณประโยชนที่จะไดรับและทางที่จะกาวหนาบรรลุผลสํ าเร็จยิ่งขึ้นไป  ทํ าใหผูฟงมีความ
                  หวังและราเริงเบิกบานใจ —  Sampaha§sanà: gladdening; exhilaration; filling with
                  delight and joy)

                       อรรถกถาชี้แจงเพิ่มเติมวา ขอ 1 ปลดเปลื้องความเขลาหรือความมืดมัว ขอ 2 ปลดเปลื้อง
   129   130   131   132   133   134   135   136   137   138   139