Page 141 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 141

หมวด 4                                      141                                    [183]




               [182] สติปฏฐาน 4 (ที่ตั้งของสติ, การตั้งสติกํ าหนดพิจารณาสิ่งทั้งหลายใหรูเห็นตามความเปน
                  จริง คือ ตามที่สิ่งนั้นๆ มันเปนของมัน — Satipaññhàna: foundations of mindfulness)

                  1. กายานุปสสนาสติปฏฐาน (การตั้งสติกํ าหนดพิจารณากาย  ใหรูเห็นตามเปนจริงวา  เปน
                  แตเพียงกาย ไมใชสัตวบุคคลตัวตนเราเขา — Kàyànupassanà-~: contemplation of the

                  body; mindfulness as regards the body)  ทานจํ าแนกวิธีปฏิบัติไวหลายอยาง  คือ
                  อานาปานสติ  กํ าหนดลมหายใจ 1  อิริยาบถ  กํ าหนดรูทันอิริยาบถ 1  สัมปชัญญะ  สราง

                  สัมปชัญญะในการกระทํ าความเคลื่อนไหวทุกอยาง 1 ปฏิกูลมนสิการ พิจารณาสวนประกอบอัน
                  ไมสะอาดทั้งหลายที่ประชุมเขาเปนรางกายนี้ 1 ธาตุมนสิการ พิจารณาเห็นรางกายของตนโดยสัก

                  วาเปนธาตุแตละอยางๆ 1 นวสีวถิกา พิจารณาซากศพในสภาพตางๆ อันแปลกกันไปใน 9 ระยะ
                  เวลา ใหเห็นคติธรรมดาของรางกาย ของผูอื่นเชนใด ของตนก็จักเปนเชนนั้น 1

                  2. เวทนานุปสสนาสติปฏฐาน (การตั้งสติกํ าหนดพิจารณาเวทนา  ใหรูเห็นตามเปนจริงวา

                  เปนแตเพียงเวทนา  ไมใชสัตวบุคคลตัวตนเราเขา —  Vedanànupassanà-~:  contemplation
                  of feelings; mindfulness as regards feelings) คือ มีสติอยูพรอมดวยความรูชัดเวทนาอัน

                  เปนสุขก็ดี ทุกขก็ดี เฉยๆ ก็ดี ทั้งที่เปนสามิส และเปนนิรามิสตามที่เปนไปอยูในขณะนั้นๆ
                  3. จิตตานุปสสนาสติปฏฐาน (การตั้งสติกํ าหนดพิจารณาจิต ใหรูเห็นตามเปนจริงวา เปนแต

                  เพียงจิต  ไมใชสัตวบุคคลตัวตนเราเขา —  Cittànupassanà-~: contemplation of mind;
                  mindfulness as regards mental conditions) คือ มีสติอยูพรอมดวยความรูชัดจิตของตนที่

                  มีราคะ ไมมีราคะ มีโทสะ ไมมีโทสะ มีโมหะ ไมมีโมหะ เศราหมองหรือผองแผว ฟุงซานหรือ
                  เปนสมาธิ ฯลฯ อยางไรๆ ตามที่เปนไปอยูในขณะนั้นๆ

                  4. ธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน (การตั้งสติกํ าหนดพิจารณาธรรม ใหรูเห็นตามเปนจริงวา เปนแต

                  เพียงธรรม ไมใชสัตวบุคคลตัวตนเราเขา — Dhammànupassanà-~: contemplation of mind-
                  objects; mindfulness as regards ideas) คือ มีสติอยูพรอมดวยความรูชัดธรรมทั้งหลาย

                  ไดแก นิวรณ 5 ขันธ 5 อายตนะ 12 โพชฌงค 7 อริยสัจจ 4 วาคืออะไร เปนอยางไร มีในตน
                  หรือไม เกิดขึ้น เจริญบริบูรณ และดับไปไดอยางไร เปนตน ตามที่เปนจริงของมันอยางนั้นๆ.

                  D.II.290–315; M.I.55–63.                          ที.ม.10/273–300/325–351; ม.มู.12/131–152/103–127.

               [183]  สมชีวิธรรม 4 (หลักธรรมของคูชีวิต,  ธรรมที่จะทํ าใหคูสมรสมีชีวิตสมหรือ

                  สมํ่ าเสมอกลมกลืนกัน อยูครองกันยืดยาว — Samajãvidhamma: qualities which make a
                  couple well matched)

                  1. สมสัทธา (มีศรัทธาสมกัน — Sama-saddhà: to be matched in faith)

                  2. สมสีลา (มีศีลสมกัน — Sama-sãlà: to be matched in moral conduct)
                  3. สมจาคา (มีจาคะสมกัน — Sama-càgà: to be matched in generosity)

                  4. สมปญญา (มีปญญาสมกัน — Sama-pa¤¤à: to be matched in wisdom)

                  A.II.60.                                                                  องฺ.จตุกฺก.21/55/80.
   136   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146