Page 145 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 145
หมวด 4 145 [189]
Enlightenment)
3. ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน (ที่พระพุทธเจาทรงแสดงปฐมเทศนา ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
คือ ที่ปาอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี เรียกปจจุบันวาสารนาถ — Dhamma-
cakkappavattanaññhàna: place where the Buddha preached the First Sermon)
4. ปรินิพพุตสถาน (ที่พระพุทธเจาเสด็จปรินิพพาน คือ ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา —
Parinibbutaññhàna: place where the Buddha passed away into Parinibbàna)
D.II.140. ที.ม.10/131/163.
[189] สัมปชัญญะ 4 (ความรูตัว, ความรูตัวทั่วพรอม, ความรูชัด, ความรูทั่วชัด, ความ
ตระหนัก — Sampaja¤¤a: clear comprehension; clarity of consciousness; awareness)
1. สาตถกสัมปชัญญะ (รูชัดวามีประโยชน หรือตระหนักในจุดหมาย คือ รูตัวตระหนักชัดวา
สิ่งที่กระทํ านั้นมีประโยชนตามความมุงหมายอยางไรหรือไม หรือวาอะไรควรเปนจุดหมายของ
การกระทํ านั้น เชน ผูเจริญกรรมฐาน เมื่อจะไป ณ ที่ใดที่หนึ่ง มิใชสักวารูสึกหรือนึกขึ้นมาวาจะ
ไป ก็ไป แตตระหนักวาเมื่อไปแลวจะไดปติสุขหรือความสงบใจ ชวยใหเกิดความเจริญโดยธรรม
จึงไป โดยสาระคือ ความรูตระหนักที่จะเลือกทํ าสิ่งที่ตรงกับวัตถุประสงคหรืออํ านวยประโยชนที่
มุงหมาย — Sàtthaka-sampaja¤¤a: clear comprehension of purpose)
2. สัปปายสัมปชัญญะ (รูชัดวาเปนสัปปายะ หรือตระหนักในความเหมาะสมเกื้อกูล คือรูตัว
ตระหนักชัดวาสิ่งของนั้น การกระทํ านั้น ที่ที่จะไปนั้น เหมาะกันกับตน เกื้อกูลแกสุขภาพ แกกิจ
เอื้อตอการสละละลดแหงอกุศลธรรมและการเกิดขึ้นเจริญงอกงามแหงกุศลธรรม จึงใช จึงทํ า
จึงไป หรือเลือกใหเหมาะ เชน ภิกษุใชจีวรที่เหมาะกับดินฟาอากาศและเหมาะกับภาวะของตนที่
เปนสมณะ ผูเจริญกรรมฐานจะไปฟงธรรมอันมีประโยชนในที่ชุมนุมใหญ แตรูวามีอารมณซึ่งจะ
เปนอันตรายตอกรรมฐาน ก็ไมไป โดยสาระคือ ความรูตระหนักที่จะเลือกทํ าแตสิ่งที่เหมาะสบาย
เอื้อตอกาย จิต ชีวิต กิจ พื้นภูมิ และภาวะของตน — Sappàya-~: clear comprehension of
suitability)
3. โคจรสัมปชัญญะ (รูชัดวาเปนโคจร หรือตระหนักในแดนงานของตน คือ รูตัวตระหนักชัดอยู
ตลอดเวลาถึงสิ่งที่เปนกิจ หนาที่ เปนตัวงาน เปนจุดของเรื่องที่ตนกระทํ า ไมวาจะไปไหนหรือทํ าอะไร
อื่น ก็รูตระหนักอยู ไมปลอยใหเลือนหายไป มิใชวาพอทํ าอะไรอื่น หรือไปพบกับสิ่งอื่นเรื่องอื่น ก็
เตลิดเพริดไปกับสิ่งนั้นเรื่องนั้น เปนนกบินไมกลับรัง โดยเฉพาะการไมทิ้งอารมณกรรมฐาน ซึ่งรวม
ถึงการบํ าเพ็ญจิตภาวนาและปญญาภาวนาในกิจกรรมทุกอยางในชีวิตประจํ าวัน โดยสาระคือ ความรู
ตระหนักที่จะคุมกายและจิตไวใหอยูในกิจ ในประเด็น หรือแดนงานของตน ไมใหเขว เตลิด เลื่อน
ลอย หรือหลงลืมไปเสีย — Gocara-~: clear comprehension of the domain)
4. อสัมโมหสัมปชัญญะ (รูชัดวาไมหลง หรือตระหนักในตัวเนื้อหาสภาวะ ไมหลงใหลฟน
เฟอน คือเมื่อไปไหน ทํ าอะไร ก็รูตัวตระหนักชัดในการเคลื่อนไหว หรือในการกระทํ านั้น และใน
สิ่งที่กระทํ านั้น ไมหลง ไมสับสนเงอะงะฟนเฟอน เขาใจลวงตลอดไปถึงตัวสภาวะในการกระทํ าที่

