Page 157 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 157

หมวด 4                                      157                                    [207]




               [206]  ธรรม 4 (ธรรมทั้งปวงประดามี  จัดประเภทตามลักษณะความสัมพันธที่มนุษยพึง
                  ปฏิบัติหรือเกี่ยวของเปน 4 จํ าพวก อันสอดคลองกับหลักอริยสัจจ 4 และกิจในอริยสัจจ 4 —

                  Dhamma: all dhammas [states, things] classified into 4 categories according as
                  they are to be rightly treated)

                  1. ปริญไญยธรรม = ธรรมที่เขากับกิจในอริยสัจจขอที่ 1 คือ ปริญญา (ธรรมอันพึงกํ าหนดรู,
                  สิ่งที่ควรรอบรู หรือรูเทาทันตามสภาวะของมัน ไดแก อุปาทานขันธ 5 กลาวคือ ทุกขและสิ่งทั้ง

                  หลายที่อยูในจํ าพวกที่เปนปญหาหรือเปนที่ตั้งแหงปญหา  —  Pari¤¤eyya-dhamma: things
                  to be fully understood, i.e. the five aggregates of existence subject to clinging)

                  2. ปหาตัพพธรรม = ธรรมที่เขากับกิจในอริยสัจจขอที่ 2 คือ ปหานะ (ธรรมอันพึงละ, สิ่งที่จะ

                  ตองแกไขกํ าจัดทํ าใหหมดไป วาโดยตนตอรากเหงา ไดแก อวิชชา และภวตัณหา กลาวคือธรรม
                  จํ าพวกสมุทัยที่กอใหเกิดปญหาเปนสาเหตุของทุกข  หรือพูดอีกอยางหนึ่งวา  อกุศลทั้งปวง —

                  Pahàtabba-dhamma: things to be abandoned, i.e. ignorance and craving for being)
                  3. สัจฉิกาตัพพธรรม =  ธรรมที่เขากับกิจในอริยสัจจขอที่ 3  คือ  สัจฉิกิริยา (ธรรมอันพึง

                  ประจักษแจง, สิ่งที่ควรไดควรถึงหรือควรบรรลุ ไดแก วิชชา และวิมุตติ เมื่อกลาวโดยรวบยอด
                  คือ  นิโรธ  หรือนิพพาน  หมายถึงธรรมจํ าพวกที่เปนจุดหมาย  หรือเปนที่ดับหายสิ้นไปแหงทุกข

                  หรือปญหา — Sacchikàtabba-dhamma: things to be realized, i.e. true knowledge
                  and freedom or liberation)

                  4. ภาเวตัพพธรรม = ธรรมที่เขากับกิจในอริยสัจจขอที่ 4 คือ ภาวนา (ธรรมอันพึงเจริญหรือ

                  พึงปฏิบัติบํ าเพ็ญ,  สิ่งที่จะตองปฏิบัติหรือลงมือทํ า  ไดแก  ธรรมที่เปนมรรค  โดยเฉพาะสมถะ
                  และวิปสสนา กลาวคือ ประดาธรรมที่เปนขอปฏิบัติหรือเปนวิธีการที่จะทํ าหรือดํ าเนินการเพื่อให

                  บรรลุจุดหมายแหงการสลายทุกขหรือดับปญหา —  Bhàvetabba-dhamma:  things to be
                  developed, i.e. tranquillity and insight, or, in other words, the Noble Eightfold Path)

                  M.III.289; S.V.52; A.II.246.                    ม.อุ.14/829/524; สํ.ม.19/291–5/78;องฺ.จตุกฺก.21/254/333.

               [207] อรูป หรือ อารุปป 4 (ฌานมีอรูปธรรมเปนอารมณ คืออรูปฌาน, ภพของสัตวผู

                  เขาถึงอรูปฌาน,  ภพของอรูปพรหม —  Aråpa, âruppa:  absorptions of the Formless
                  Sphere; the Formless Spheres; immaterial states)

                  1. อากาสานัญจายตนะ (ฌานอันกํ าหนดอากาศคือชองวางหาที่สุดมิไดเปนอารมณ  หรือภพ
                  ของผูเขาถึงฌานนี้ — âkàsàna¤càyatana: Sphere of Infinity of Space)

                  2. วิญญาณัญจายตนะ (ฌานอันกํ าหนดวิญญาณหาที่สุดมิไดเปนอารมณ  หรือภพของผูเขา

                  ถึงฌานนี้ — Vi¤¤àõa¤càyatana: Sphere of Infinity of Consciousness)
                  3. อากิญจัญญายตนะ (ฌานอันกํ าหนดภาวะที่ไมมีอะไรๆ  เปนอารมณ  หรือภพของผูเขาถึง

                  ฌานนี้ — âki¤ca¤¤àyatana: Sphere of Nothingness)

                  4. เนวสัญญานาสัญญายตนะ (ฌานอันเขาถึงภาวะมีสัญญาก็ไมใช ไมมีสัญญาก็ไมใช หรือ
   152   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162