Page 153 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 153

หมวด 4                                      153                                    [202]




                  ออกไปใหกาวหนาสูความเจริญงอกงามของชีวิต — Vaóóhana-mukha: channels of growth;
                  gateway to progress)

                  1. อาโรคยะ (ความไมมีโรค, ความมีสุขภาพดี — ârogya: good health)

                  2. ศีล (ความประพฤติดี มีวินัย ไมกอเวรภัย ไดฝกในมรรยาทอันงาม — Sãla: moral conduct
                  and discipline)

                  3. พุทธานุมัต (ศึกษาแนวทาง  มองดูแบบอยาง  เขาถึงความคิดของพุทธชนเหลาคนผูเปน
                  บัณฑิต — Buddhànumata: conformity or access to the ways of great, enlightened

                  beings)

                  4. สุตะ (ใฝเลาเรียนหาความรู  ฝกตนใหเชี่ยวชาญและทันตอเหตุการณ —  Suta:  much
                  learning)

                  5. ธรรมานุวัติ (ดํ าเนินชีวิตและกิจการงานโดยทางชอบธรรม — Dhammànuvatti: practice
                  in accord with the Dhamma; following the law of righteousness)

                  6. อลีนตา (เพียรพยายามไมระยอ, มีกํ าลังใจแข็งกลา ไมทอถอยเฉื่อยชา เพียรกาวหนาเรื่อย

                  ไป — Alãnatà: unshrinking perseverance)
                       ธรรม 6  ประการชุดนี้  ในบาลีเดิมเรียกวา  อัตถทวาร  (ประตูแหงประโยชน,  ประตูสูจุด

                  หมาย)  หรือ  อัตถประมุข  (ปากทางสูประโยชน,  ตนทางสูจุดหมาย)  และอรรถกถาอธิบายคํ า
                  อัตถะ วา หมายถึง “วุฒิ” คือความเจริญ ซึ่งไดแก วัฒนะ ดังนั้นจึงอาจเรียกวา วุฒิมุข หรือที่

                  คนไทยรูสึกคุนมากกวาวา วัฒนมุข

                       อนึ่ง ในฝายอกุศล มีหมวดธรรมรูจักกันดีที่เรียกวา อบายมุข 6 ซึ่งแปลวา ปากทางแหงความ
                  เสื่อม จึงอาจเรียกธรรมหมวดนี้ดวยคํ าที่เปนคูตรงขามวา อายมุข 6 (ปากทางแหงความเจริญ)

                  J.I.366                                                                       ขุ.ชา.27/84/27


               [202] อปสเสนะ หรือ อปสเสนธรรม 4 (ธรรมดุจพนักพิง, ธรรมเปนที่อิงหรือ

                  พึ่งอาศัย — Apassena: virtues to lean on; states which a monk should rely on)
                  1. สงฺขาเยกํ ปฏิเสวติ (ของอยางหนึ่ง พิจารณาแลวเสพ ไดแก สิ่งของมีปจจัย 4 คือ จีวร

                  บิณฑบาต  เสนาสนะ  คิลานเภสัช  เปนตนก็ดี  บุคคล  และธรรมเปนตนก็ดี  ที่จํ าเปนจะตอง
                  เกี่ยวของและมีประโยชน  พึงพิจารณาแลวจึงใชสอยและเสวนาใหเปนประโยชน —  Pañ


                  isevanà: The monk deliberately follows or makes use of one thing.)
                  2. สงฺขาเยกํ  อธิวาเสติ (ของอยางหนึ่ง  พิจารณาแลวอดกลั้น  ไดแก  อนิฏฐารมณตางๆ  มี

                  หนาว  รอน  และทุกขเวทนาเปนตน  พึงรูจักพิจารณาอดกลั้น —  Adhivàsanà: The monk

                  deliberately endures one thing.)
                  3. สงฺขาเยกํ ปริวชฺเชติ (ของอยางหนึ่ง พิจารณาแลวเวนเสีย ไดแก สิ่งที่เปนโทษ กออันตราย

                  แกรางกายก็ตาม  จิตใจก็ตาม  เชน  ชางราย  คนพาล  การพนัน  สุราเมรัย  เปนตน  พึงรูจัก
   148   149   150   151   152   153   154   155   156   157   158