Page 160 - Dictionary of Buddhism by Bhikkhu P. A. Payutto
P. 160

[213]                                       160                       พจนานุกรมพุทธศาสตร





                  3. มโนสัญเจตนาหาร (อาหารคือมโนสัญเจตนา ไดแก ความจงใจ เปนปจจัยแหงการทํ า พูด
                  คิด ซึ่งเรียกวา กรรม เปนตัวชักนํ ามาซึ่งภพ คือ ใหเกิดปฏิสนธิในภพทั้งหลาย — Manosa¤


                  cetanàhàra: nutriment consisting of mental volition; mental choice as nutriment)
                  เมื่อกํ าหนดรูมโนสัญเจตนาหารไดแลว ก็เปนอันกํ าหนดรูตัณหา 3 ไดดวย.
                  4. วิญญาณาหาร (อาหารคือวิญญาณ ไดแก วิญญาณเปนปจจัยใหเกิดนามรูป — Vi¤¤àõàhàra:

                  nutriment consisting of consciousness; consciousness as nutriment) เมื่อกํ าหนดรู

                  วิญญาณาหารไดแลว ก็เปนอันกํ าหนดรูนามรูปไดดวย.

                  D.III.228; M.I.48; S.II.101; Vbh.401.  ที.ปา.11/244/240; ม.มู.12/113/87; สํ.นิ.16/245/122; อภิ.วิ.35/1081/543.

               [213] อิทธิบาท 4 (คุณเครื่องใหถึงความสํ าเร็จ, คุณธรรมที่นํ าไปสูความสํ าเร็จแหงผลที่

                  มุงหมาย — Iddhipàda: path of accomplishment; basis for success)
                  1. ฉันทะ (ความพอใจ คือ ความตองการที่จะทํ า ใฝใจรักจะทํ าสิ่งนั้นอยูเสมอ และปรารถนาจะ

                  ทํ าใหไดผลดียิ่งๆ ขึ้นไป — Chanda: will; zeal; aspiration)

                  2. วิริยะ (ความเพียร คือ ขยันหมั่นประกอบสิ่งนั้นดวยความพยายาม เขมแข็ง อดทน เอาธุระ
                  ไมทอถอย — Viriya: energy; effort; exertion; perseverance)

                  3. จิตตะ (ความคิดมุงไป  คือ  ตั้งจิตรับรูในสิ่งที่ทํ าและทํ าสิ่งนั้นดวยความคิด  เอาจิตฝกใฝไม
                  ปลอยใจใหฟุงซานเลื่อนลอยไป  อุทิศตัวอุทิศใจใหแกสิ่งที่ทํ า —  Citta:  thoughtfulness;

                  active thought; dedication)

                  4. วิมังสา (ความไตรตรอง  หรือ  ทดลอง  คือ  หมั่นใชปญญาพิจารณาใครครวญตรวจตราหา
                  เหตุผลและตรวจสอบขอยิ่งหยอนในสิ่งที่ทํ านั้น  มีการวางแผน  วัดผล  คิดคนวิธีแกไขปรับปรุง

                  เปนตน — Vãma§sà: investigation; examination; reasoning; testing)

                  D.III.221; Vbh.216.                                           ที.ปา.11/231/233; อภิ.วิ.35/505/292.

               [214] อุปาทาน 4 (ความยึดมั่น,  ความถือมั่นดวยอํ านาจกิเลส,  ความยึดติดอันเนื่องมา
                  แตตัณหา ผูกพันเอาตัวตนเปนที่ตั้ง — Upàdàna: attachment; clinging; assuming)

                  1. กามุปาทาน (ความยึดมั่นในกาม คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่นาใคร นาพอใจ —
                  Kàmupàdàna: clinging to sensuality)

                  2. ทิฏุปาทาน (ความยึดมั่นในทิฏฐิหรือทฤษฎี คือความเห็น ลัทธิ หรือหลักคํ าสอนตางๆ  —

                  Diññhupàdàna: clinging to views)
                  3. สีลัพพตุปาทาน (ความยึดมั่นในศีลและพรต คือ ถือวาจะบริสุทธิ์หลุดพนไดเพียงดวยศีล

                  และวัตร หลักความประพฤติ ขอปฏิบัติ แบบแผน ระเบียบ วิธี ขนบธรรมเนียมประเพณี ลัทธิ

                  พิธีตางๆ  ถือวาจะตองเปนอยางนั้นๆ  โดยสักวาทํ าสืบๆ  กันมา  หรือ  ปฏิบัติตามๆ  กันไปอยาง
                  งมงาย  หรือโดยนิยมวาขลัง  วาศักดิ์สิทธิ์  มิไดเปนไปดวยความรูความเขาใจตามหลักความ
                  สัมพันธแหงเหตุและผล —Sãlabbatupàdàna: clinging to mere rules and rituals)
   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165